โคล ยก ชิรูด์ กองหน้าที่ถูกมองข้ามที่สุดในลีก

อดีตกองกลางของเชลซี ออกมายกย่องอดีตนักเตะเพื่อนร่วมทีมของเขา หลังจากที่เป็นคนพังประตูชัย ช่วยให้สโมสร เอาชนะ แรนส์ ไปได้ ในรายการยูฟ่า แชมป์เปี่ยน ลีก

โอลิวิเยร์ ชิรูด์ กองหน้าตัวเก่งของ เชลซี นั้นเป็นหนึ่งในกองหน้าที่ถูกมองข้ามมากที่สุดใน ลีก อดีตนักเตะของสโมสร อย่าง โจ โคล กล่าว

ชิรูด์ ยังคงทำประตูและทำผลงานให้กับสโมสรได้อย่างยอดเยี่ยมเสมอ เมื่อได้รับโอกาส แม้ว่าในช่วงหลัง เขาจะตกเป็นตัวสำรองของทีมอยู่ตลอดเวลา “ผมคิดว่า ชิรูด์ เป็นกองหน้าทีมีผลงานที่สม่ำเสมออย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องการทำประตู ซึ่งเขาเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ตอนอยู่กับ อาร์เซน่อล แล้ว” โคล กล่าว

“ที่สำคัญ เขาเป็นกองหน้าที่มักจะถูกมองข้ามเสมอ ทั้งๆที่ผลงานของเขา ก็ทำได้ดีตลอด เมื่อได้ลงสนาม มันมีเหตุผลอยู่แล้ว ที่ เดช็องต์ ให้โอกาสเขาเสมอในทีมชาติ ซึ่งก็คือความมีประโยชน์ของเขา โดยเฉพาะลูกกลางอากาศ ซึ่งเป็นอะไรที่อะเมซิ่งอย่างมาก”

Share

ก้าวต่อไปของ เวย์น รูนี่ย์ หลัง ฟิลลิป โคคู ลาออก

เวย์น รูนี่ย์ ตำนานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมเจอกับอีกบทบาทหนึ่ง กับความท้าทายครั้งใหม่กับ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ หลัง ฟิลลิป โคคู ผู้จัดการทีม ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งเมื่อเมื่อวานนี้ หลังเพิ่งจะเข้ามาคุมทีมในช่วงซัมเมอร์ปี 2019 ที่ผ่านมา เนื่องจาก แฟร้งค์ แลมพาร์ด กลับไปคุม เชลซี อดีตต้นสังกัดเก่า ในขณะที่ผลงานของทีมในการแข่งขันแชมเปี้ยนชิพในฤดูกาล 2020-21 ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวัง

ปัจจุบันดาร์บี้รั้งตำแหน่งบ๊วยของตารางคะแนนแชมเปี้ยนชิพ หลังเก็บได้เพียง 6 คะแนน จากการลงสนามไป 11 เกม ในขณะที่คริส ฟาน เดอร์ เวียร์เด้น ผู้ช่วยผู้จัดการทีม และทวาน ชีเปอร์ส โค้ชทีมชุดแรกก็ออกจากสโมสรเช่นเดียวกัน โดยมีการยืนยันออกมาแล้วว่า รูนี่ย์จะทำหน้าที่คุมดาร์บี้ในการบุกไปเยือนบริสตอล ซิตี้ ในแชมเปี้ยนชิพ หลังพักเบรกทีมชาติในวันที่ 21 พฤศจิกายน หลังจากตำนานของแมนฯ ยูไนเต็ด ย้ายมายังดาร์บี้ตั้งแต่เดือนมกราคมปีที่แล้วในฐานะนักเตะควบตำแหน่งโค้ชของทีม

ดาวเตะวัย 35 ปี จะได้เจอกับบทบาทใหม่ในเร็วๆ นี้ โดยรูนี่ย์ให้สัมภาษณ์ว่า “ผมเสียใจกับฟิลลิปจริงๆ กับทีมงานของเขา เมื่อต้องออกจากสโมสร ผมต้องขอบคุณมากๆ ด้วยส่วนตัวกับทุกๆ อย่างที่เขาช่วยเหลือผม กำลังใจทั้งหมดของเขาในฐานะโค้ช สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการเสถียรภาพให้กับสโมสรและเริ่มขยับขึ้นไปด้านบนของตารางคะแนน ผมถูกขอให้ทำหน้าที่โค้ชของทีม สำหรับการเตรียมทีมในเสาร์หน้า กับเกมที่พวกเราต้องเจอกับบริสตอล ซิตี้ โค้ชและผมจะได้พูดคุยกันในวันจันทร์นี้”

ดาร์บี้ออกแถลงการณ์ขอบคุณโคคูสำหรับการคุมทีมที่ผ่านมาด้วยว่า “ฟิลลิปและทีมงานของเขา พวกเขาช่วยกันพัฒนาและสร้างนักเตะในสถาบันของพวกเรามากมาย กับนักเตะที่ลงเล่นในทีมชุดแรก ฟิลลิปช่วยเหลือสถานภาพทางการเงินของสโมสรได้มากมาย เมื่อสโมสรได้รับผลกระทบทางด้านการเงิน จากการระบาดของไวรัสโควิด-19 สโมสรรู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้ง”

“ดารบี้ เคาน์ตี้ขอขอบคุณฟิลลิป, คริส และทวาน สำหรับการทำงานอย่างหนักและความทุ่มเทตลอด 16 เดือนที่ผ่านมา พวกเราขอให้ทุกคนโชคดีในเส้นทางอาชีพในอนาคต สโมสรจะแสดงข้อมูลอัปเดตตามความเหมาะสม หากมีอะไรเพิ่มเติม”

โคคูโพสต์ลงอินสตาแกรมว่า “ผมอยากจะใช้โอกาสนี้ขอบคุณทุกคนที่สโมสร ทีมงาน และนักเตะทุกคน กับแรงสนับสนุนที่ยอดเยี่ยมที่ไพรด์ พาร์ค แม้ฤดูกาลนี้จะไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเราอยากให้เป็น ผมเชื่อในโครงการและความกระตือรือร้นที่ถูกสร้างขึ้นมา ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสโมสรจะมีอนาคตที่สดใส ผมอยากให้ทุกคนโชคดี ทั้งในและนอกสนาม สุดท้ายนี้ผมอยากจะกล่าวคำขอบคุณ กับคนสำคัญที่สุดของสโมสร นั่นก็คือแฟนบอล”

Share

สิ่งที่น่าสนใจเกมระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล

ศึกบิ๊กแมตช์ในคืนวันอาทิตย์สำหรับฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สัปดาห์ที่ 8 เป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองแชมป์เก่าจะได้เปิดเอติฮัด สเตเดี้ยม เพื่อรับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล แชมป์เก่า โดยเป็นทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่คว้าแชมป์ในฤดูกาล 2019-20 ด้วยการมีคะแนนมากกว่าทีมของ เป๊ป กวารดิโอล่า ถึง 18 คะแนน ก่อนที่จะได้เผชิญหน้ากันในเวลานี้

สิ่งที่น่าสนใจแรกก็คือเกมรุกของแมนฯ ซิตี้ จะสามารถจัดการเกมรับของลิเวอร์พูลที่ไม่มี เวอร์จิล ฟาน ไดค์ กองหลังตัวเก่งได้หรือไม่ แม้ว่า โจเอล มาติป จะมีโอกาสกลับมาลงสนามให้กับทีมของคล็อปป์ แต่ทีมของกวาร์ดิโอล่าก็เสียหายไปเหมือนกัน เมื่อไม่มี เซร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้าตัวเก่ง โดยมีเพียง กาเบรียล เฆซุส ที่เพิ่งจะกลับมาลงสนามในเกมล่าสุดที่บุกไปถล่ม โอลิมปิก มาร์กเซย ได้ 3-0 โดยดาวยิงชาวบราซิลทำได้ด้วย

แต่อย่างไรก็ตาม เควิน เดอ บรอยน์ ตัวทีเด็ดของแมนฯ ซิตี้ยังพร้อมลงสนามในเกมนี้ หลังจากทำผลงานได้อย่างโดดเด่น กับเกมที่เจอกันล่าสุดที่สนามแห่งนี้ เมื่อทีมถล่มลิเวอร์พูลไปได้ 4-0 ในเดือนกรกฎาคม ในขณะที่ ฟิล โฟเด้น และ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ยังพร้อมลุยทั้งหมด

ทีมของคล็อปป์เล่นบอลยาวมากขึ้นอย่างชัดเจนในฤดูกาล เมื่อจะเป็นแดนหลังของทีมที่เปิดบอลไปให้สามประสานแดนหน้าสอดเข้าไปทำประตูและประสบความสำเร็จมาหลายเกม แน่นอนว่าเรื่องลูกกลางอากาศยังเป็นสิ่งที่แนวรับของแมนฯ ซิตี้ต้องพิสูจน์ตัวเอง โดยเฉพาะ รูเบน ดิอาส กองหลังตัวใหม่ที่เพิ่งจะย้ายจาก เบนฟิก้า มาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์

ฟูลแบ็คของลิเวอร์พูลจะสามารถปิดเกมทางด้านข้างของแมนฯ ซิตี้ได้หรือไม่ ยังเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่น่ากังวล เมื่อ ไคล์ วอล์คเกอร์ และ เจา คันเซโล่ สร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจ เมื่อเติมเกมขึ้นมาช่วยเกมรุก ในขณะที่ ริยาด มาห์เรซ และ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ยังเป็นสองนักเตะในตำแหน่งปีกที่มีโอกาสลงสนามมาเพื่อป่วนเกมรับด้านข้างของแชมป์เก่าด้วย นับเป็นจุดชี้เป็นชี้ตายด้วยเหมือนกัน เมื่อตัวรุกของลิเวอร์พูลไม่ได้ลงมาช่วยเล่นเกมรับเท่าไหร่นัก

เฟร์ราน ตอร์เรส จะได้เจอกับบทพิสูจน์ครั้งใหญ่ หากต้องลงเล่นในตำแหน่งกองหน้า หลังจากลงสนามในเกมที่เจอกับมาร์กเซยเมื่อกลางสัปดาห์และทำได้ 1 ประตู แต่เกมนี้จะเป็นการพบกับทีมที่แข็งแกร่งและแทบจะไม่มีเวลาสำหรับการครองบอลมากนัก หลังย้ายจาก บาเลนเซีย มาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา หากกวาร์ดิโอล่าตัดสินใจที่จะเลือกนักเตะลงสนามก่อนเฆซุส

Share

คัมมิ่ง พัฒนาการเล่นได้อย่างไร ทั้งที่ไม่ได้ลงเล่น

ปกติธรรมดาแล้วนักฟุตบอลทุกคนล้วนต้องการลงเล่นตลอดเวลา ในขณะที่ เจมี่ คัมมิ่ง วัย 21 ปี กับตำแหน่งผู้รักษาประตูมือสามของ เชลซี เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ออกมากล่าวถึงการเรียนรู้ที่ได้มาจาก เกป้า อาร์รีซาบาลาก้า นายทวารค่าตัวสูงที่สุดในโลกของทีม แม้จะไม่ได้รับโอกาสลงสนามให้กับทีมเลยสักเกม

เชลซีไม่ได้เซ็นสัญญานักเตะในตำแหน่งผู้รักษาประตูรายใหม่มาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์ปี 2019 โดยเป็นเพราะโทษแบนของยูฟ่า ทำให้แฟร้งค์ แลมพาร์ดวางตัวคัมมิ่งเป็นมือสาม รองมาจากเป้า และวิลลี่ กาบาเยโร่ โดยคัมมิ่งรู้ดีถึงโอกาสที่จะได้รับจากทีม แต่ก็ยังเป็นสิ่งที่ตัวเขาสามารถเรียนรู้ได้

คัมมิ่ง กล่าวว่า “มันอาจจะดูไม่ใช่สักเท่าไหร่ หากมองจากภายนอก แต่อดีตโค้ชในอะคาเดมี่ โจดี้ มอร์ริส, โจ เอ็ดเวิร์ตส และเจมส์ รัสเซลล์ มันทำให้ง่ายสำหรับผม กับการพัฒนาตัวผมเอง ฮิลาริโอเป็นโค้ชผู้รักษาประตู เขาทำได้ดีในตำแหน่งของเขาและผมก็รู้ว่าผมต้องทำอะไรเพื่อปรับปรุงตัวเอง ในฐานะนักเตะดาวรุ่ง ผมได้เรียนรู้มาหลายอย่างจากการฝึกซ้อมกับเกป้าและวิลลี่ พวกเขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยม เห็นได้ชัดว่าคุณต้องการลงสนามเป็นตัวจริงทุกเกม แต่ผมก็ทำทุกอย่างเท่าที่เป็นไปได้ในเวลานั้น”

ในช่วงท้ายฤดูกาลคัมมิ่งรู้ดีถึงความลำบากใจในการตัดสินใจเพื่อนำทุกอย่างเข้ามาสู่ตัวเอง จึงทำให้ตัดสินใจย้ายไปร่วมทีมสตีฟเนจ ในลีกทู เพื่คว้าโอกาสในการเป็นมือหนึ่งของทีม โดยคัมมิ่งกล่าวว่า “ผมแค่ต้องทำมันให้ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ โดยเฉพาะฤดูกาลนี้ กับสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 มันยากสำหรับทุกคนในการย้ายทีมแบบยืมตัว กับสิ่งที่พวกเขาต้องการ ทันทีที่โอกาสในการย้ายไปยังสตีฟเนจเข้ามา ผมย้ายไปร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัว ผมไม่ปฏิเสธ ผมต้องการเล่นและแสดงถึงสิ่งที่ผมทำได้ออกมา นั่นคือเหตุผลที่ผมต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็ว”

แน่นอนว่าการย้ายออกจากหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในโลกและย้ายไปเล่นให้กับทีมที่มีความจุในสนามเพียง 7,800 คน แม้หลายคนจะมองถึงการถอยหลัง แต่คัมมิ่งก็ไม่ได้คิดแบบนั้น โดยกล่าวว่า “ผมไม่เคยไปเล่นนอกลีกหรือเล่นในลีกที่ต่ำกว่านี้ เหมือนกับผู้รักษาประตูหลายคน นาธาน บ็อกซ์เตอร์, จอร์แดน พิคฟอร์ด, ทอม ฮีตัน และแจ็ค บัตแลนด์ ผมได้ใช้เส้นทางที่แตกต่างออกไป ผมมายังลีกทู มันเป็นการย้ายทีมครั้งแรกของผม มันเป็นก้าวที่ยอดเยี่ยม การเล่นในระดับซีเนียร์และเก็บประสบการณ์”

Share

ความสำคัญของบาร์ซ่ากับแผนการตลอดฤดูกาล 2020-21

การเอ็นเตอร์เทนมากที่สุดในเวลานี้ หลังจากการเล่นที่ดุดันและมันส์ตามสไตล์ฟุตบอลที่รู้ๆ กันแล้ว กับความเร็วและการเข้าสกัดที่หนักหน่วง แต่สถานการณ์ในเวลานี้เป็นอะไรแตกต่างกันออกไป เมื่อมีประตูเกิดขึ้นมากกว่าเดิมมากมาย เมื่อเป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่มีเกมที่จบลงด้วยสกอร์ 3-3 ถึง 2 เกม คือการพบกันของ เชลซี กับ เซาแธมป์ตัน และ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด

หลังจากผ่านไปแล้ว 5 สัปดาห์ กับการลงเล่นไป 5 เกมของแต่ละทีม โดยบทความนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนเกมระหว่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด กับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส และ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน กับ เบิร์นลี่ย์ ซึ่งในเกมการแข่งขันฤดูกาลนี้มีเกมการแข่งขันที่มีประตูเกิดขึ้นอย่างน้อย 6 ประตู หรือมากกว่านั้นถึง 12 เกมด้วยกัน ในขณะที่ฤดูกาล 2019-20 หลังจากผ่านไปแล้วทีมละ 5 เกม จำนวนประตูในเกมการแข่งขันดังกล่าวเกิดขึ้นเพียง 1 เกมเท่านั้น

กับบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างกันออกไป แน่นอนว่าการแข่งขันโดยไม่มีแฟนบอลเข้าชมเกมในสนาม เนื่องจากแฟนบอลยังไม่ได้รับอนุญาต เมื่อไวรัสโควิด-19 ยังระบาดอยู่ในเวลานี้ แต่ก็เหมือนกับอีกหลายประเทศ แต่เรื่องประตูก็ไม่ได้เกิดขึ้นมากมายเหมือนกับฟุตบอลอังกฤษ มันจึงมีความเป็นไปได้เกี่ยวกับสไตล์การเล่นที่หลายทีมเริ่มเลือกเล่นในแผนการเล่นที่ดันขึ้นสูง เพื่อหวังไล่กดดันคู่แข่ง หลังได้เห็นทีมที่ประสบความสำเร็จอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ที่ทำได้สำเร็จ ทำให้นักเตะหลายคนมีโอกาสหลุดเข้าไปทำประตู

กับสไตล์การเล่นในแบบเก่าเหมือนกับถูกลดลงไปอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเบิร์นลี่ย์, เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด, ฟูแล่ม, เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน และไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน เป็นกลุ่มทีมที่เล่นบอลในสไตล์เก่าอยู่พอสมควร แต่ปัจจุบันเป็นทีมที่อยู่ในโซนตกชั้น 5 อันดับสุดท้ายในปัจจุบัน ยิ่งทำให้สไตล์การทำทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และ เจอร์เก้น คล็อปป์ ยิ่งโดดเด่นขึ้นมาอีก เมื่อคุมทีมคว้าแชมป์ได้หลายรายการในช่วงที่ผ่านมา

กับสิ่งที่เกิดขึ้นอีกอย่างหนึ่งก็คือ การเสียประตูมากมายของหลายทีม เมื่อเป็นตัวสะท้อนถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้นอย่างง่ายดาย เมื่อแฟนบอลไม่ได้อยู่ในสนาม ไม่ได้สร้างแรงกระตุ้นและแรงกดดันให้กับทีม รวมถึงการใช้ VAR ที่จะตรวจสอบอย่างละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ ไหนจะเรื่องแฮนด์บอลในกรอบเขตโทษ เมื่อจะกลายเป็นจุดโทษทันที หากมือกางออกมาและโดนลูกบอล ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มีประตูเกิดขึ้นมากมายในพรีเมียร์ลีก แม้จะยังดูมีประเด็นอีกมากเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีดังกล่าว

Share

คำพูดของ ป็อกบา และ ไรโอล่า ในทำนองจะย้ายออกจากผีแดง

ปอล ป็อกบา และ มิโน่ ไรโอล่า เอเยนต์ของนักเตะออกมากล่าวในทำนองถึงการย้ายออกจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา แม้ปัจจุบันจะยังอยู่ในทีมของโอเล่ กุนนาร์ โซลชา แต่ก็เหลือสัญญาอยู่ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด จนถึงปี 2021 โดยมีออฟชั่นเพิ่มเติมอีก 12 เดือน ในขณะที่ ยูเวนตุส และ เรอัล มาดริด เป็นทีมที่แสดงความสนใจ โดยบทความนี้จะรวบรวมคำพูดดังกล่าวมา

พฤษภาคม 2018
ป็อกบา ถูกถามว่าจะอยู่กับแมนฯ ยูไนเต็ดต่อไปหรือไม่ ซึ่งดาวเตะชาวฝรั่งเศสตอบว่า “ผมไม่เคยมั่นใจในสิ่งใดเลย แต่ผมจะตอบว่าใช่ ผมไม่ได้มองไปข้างหน้ามากมายอะไร มันขึ้นอยู่กับสโมสรด้วยว่ามันจะเป็นยังไงต่อไป”

สิงหาคม 2018
ป็อกบา กล่าวว่า “มันมีหลายอย่างที่ผมไม่สามารถพูดได้ เพราะผมจะถูกปรับได้ ผมมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แฟนบอล, เพื่อนร่วมทีม และคนที่เชื่อใจผม นักเตะที่พวกเรามี แน่นอนพวกเราเป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พวกเราต้องการเป็นทีมระดับท็อปของลีก เห็นได้ชัดว่าพวกเราต้องแสดงมันออกมา พวกเราต้องการคนที่ไว้ใจพวกเรา”

กันยายน 2018
ป็อกบา กล่าวว่า “มีการพูดกันมากมาย แต่มันก็แบบนั้นแหละ ผมยังมีสัญญาอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อนาคตของผมขึ้นอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผมยังมีสัญญาอยู่กับทีม ผมเล่นให้กับทีมในเวลานี้ แต่ใครจะไปรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต”

มีนาคม 2019
ป็อกบา กล่าวว่า “อย่างที่ผมเคยพูดมาตลอด เรอัล มาดริดเป็นความฝันสำหรับทุกคน มันเป็นหนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ซีเนดีน ซีดานในฐานะโค้ชด้วย มันเป็นความฝันของทุกคนกับฟุตบอลของเขา ตอนนี้ผมเป็นนักเตะของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พวกเราไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง ผมยังมีความสุขกับที่นี่”

มิถุนายน 2019
ป็อกบา กล่าวว่า “ผมคิดไปมากมาย ผมมี 3 ปีที่ยอดเยี่ยมในแมนเชสเตอร์ ผมกำลังทำได้ดี พวกเรามีช่วงเวลาที่ดีและแย่เหมือนกับทุกคน หลังจากทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันเป็นฤดูกาลที่ดีที่สุดของผม มันอาจจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่ผมจะหาความท้าทายใหม่”

มกราคม 2020
ไรโอล่า กล่าวถึงป็อกบา หลังเออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ พลาดย้ายมายังแมนฯ ยูไนเต็ด ว่า “ผมจะไม่พาใครไปที่นั่นอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นมาราโดน่า, เปเล่ หรือมัลดินี่ สำหรับป็อกบา เขาปฏิเสธเฟอร์กูสัน เขาบอกให้ผมพาเขาออกมา แต่ตอนนี้ป็อกบามีปัญหาที่แมนเชสเตอร์ มันเป็นสโมสรที่ไม่จริงจังกับโครงสร้างของทีม ปอลต้องการทีมที่ต้องการเขา”

กุมภาพันธ์ 2020
ไรโอล่า กล่าวว่า “ป็อกบารู้สึกเหมือนอยู่กับบ้านที่อิตาลี อิตาลีเป็นบ้านหลังที่สองของเขา เขารู้สึกเหมือนกับซลาตัน อิบราฮิโมวิช มันจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงอยากกลับไปยังยูเวนตุส”

ตุลาคม 2020
ป็อกบา กล่าวว่า “ไม่มีใครมาพูดอะไรกับผมเลย ผมไม่ได้คุยกับเอ็ด วู้ดเวิร์ดเรื่องสัญญาใหม่ ตอนนี้ผมอยู่ที่แมนเชสเตอร์ ผมกำลังมุ่งมั่นในการกลับแสดงผลงานที่ดีที่สุด นักฟุตบอลทุกคนอยากเล่นให้กับเรอัล มาดริด มันเป็นความฝันสำหรับผม ทำไมผมจะไม่อยาก? ผมอยู่แมนเชสเตอร์และผมรักสโมสร ผมเล่นในแมนเชสเตอร์ ผมสนุกและผมต้องการทำทุกอย่าง ทำในสิ่งที่สโมสรควรได้รับ ผมจะทำทุกอย่างให้เต็มที่”

Share

สิ่งที่น่าสนใจหลังจบเกม ลิเวอร์พูล 3-1 อาร์เซน่อล

เกมบิ๊กแมตช์ในพรีเมียร์ลีก สัปดาห์ที่ 3 ของฤดูกาล 2020-21 จบลงด้วยชัยชนะของ ลิเวอร์พูล เหนือ อาร์เซน่อล ด้วยสกอร์ 3-1 เป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ถึงความยอดเยี่ยมของแชมป์เก่า และสิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจน เมื่อเดอะ กันเนอร์ส ต้องการกองกลางรายใหม่ที่จะถูกดึงไปร่วมทีม

1. อาร์เซน่อลมีโอกาสทำประตูได้ 3 ครั้ง ส่วนลิเวอร์พูล 24 ครั้ง โดยทีมครองบอล 31.1 เปอร์เซ็นต์ ผ่านบอลสำเร็จ 64 เปอร์เซ็นต์ สร้างโอกาสทำประตูได้ 2 ครั้ง และทีมเป็นฝ่ายเอาชนะไปด้วยสกอร์ 2-1 ที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในเดือนกรกฎาคม แต่การบุกมาเยือนแอนฟิลด์รอบนี้ ทีมมีโอกาสทำประตู 4 ครั้ง แชมป์เก่ามีโอกาส 21 ครั้ง โดยทีมครองบอล 33.1 เปอร์เซ็นต์ ผ่านบอลสำเร็จ 76 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็แพ้ไปด้วยสกอร์ 3-1

2. กับความพ่ายแพ้ของมิเกล อาร์เตต้า ถือว่าไม่ได้เป็นเรื่องที่ต้องถูกประณามแต่อย่างใด เมื่อมองถึงความยอดเยี่ยมของลิเวอร์พูล และสถิติการเล่นในบ้านในพรีเมียร์ลีกที่ทำได้อย่างโดดเด่น เมื่อ 40 เกมหลังสุดที่เล่นในแอนฟิลด์ ชนะได้ถึง 37 เกม และเสมอ 3 เกม และปัจจุบันได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในโลก

3. เจอร์เก้น คล็อปป์ สร้างทีมเหมือนกับสัตว์ประหลาดในเกมนี้ ทั้งการไล่เพรสซิ่งและการเล่นเกมรุกที่ทำได้อย่างโดดเด่น แม้อเล็กซานเดร ลากาแซ็ตต์จะมีโอกาสทำประตูอยู่ 2 ครั้ง แต่ก็ไม่สามารถยิงผ่านมือของอลีสซง เบ็คเกอร์ไปได้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ทิศทางของเกมยังไม่เข้าทางทีมเยือน บ่งบอกได้ถึงการเป็นระดับโลกของนักเตะหลายคนในทีม

4. ตำแหน่งกองกลางคือขุมกำลังที่สำคัญของทั้งสองทีมในเกมนี้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการวิ่งไล่เพรสซิ่งเหมือนกัน รวมถึงถ่ายบอลไปสู่กองหน้า หรือการประสานงานร่วมกับแผงหลัง ซึ่งยังเป็นสิ่งที่ลิเวอร์พูลทำได้อย่างยอดเยี่ยม และกองกลางของทีมทุกคนก็มีโอกาสทำประตูทั้งหมด รวมถึงพละกำลังในการวิ่งไล่เพรสซิ่ง เมื่อแชมป์เก่าทำได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่นาทีแรกจนถึงนาทีสุดท้ายของเกม ซึ่งแตกต่างกับทีมของอาร์เตต้าที่ช่วงหลังเริ่มหมดแรง แม้ทีมจะยังมีทีเด็ดในช่วงที่ดานี่ เซบายอส ถูกส่งลงสนาม

5. ฟาบินโญ่ และ ซาดิโอ มาเน่ ยังเป็นสองนักเตะที่ทำผลงานออกมาได้อย่างโดดเด่น และแทบจะสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะกองกลางชาวบราซิลที่สามารถดักทาง เล่นเกมรับ และผ่านบอลไปมาให้ไหลลื่น ในขณะที่มาเน่ยังเป็นตัวความหวังในการทำประตูและยังมีจังหวะที่เลี้ยงบอลและครองบอลได้อย่างน่าประทับใจ

Share

สิ่งที่น่าสนใจระหว่าง เชลซี และ ลิเวอร์พูล

เกมใหญ่ของฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2020-21 มาถึงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นเพียงเกมที่ 2 ของฤดูกาลเท่านั้น โดยเป็น เชลซี ทีมที่จบในอันดับที่ 4 ของตารางคะแนนฤดูกาลที่แล้ว และทุ่มเงินไปมากกว่า 200 ล้านปอนด์ ในการยกระดับการเล่น โดยจะได้เปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ เพื่อรับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล แชมป์ในฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดในรอบ 30 ปี และบทความนี้จะมองถึงความน่าสนใจในเกมนี้

ไค ฮาเวิร์ตซ์ และ ติโม แวร์เนอร์
ฮาเวิร์ตซ์ และแวร์เนอร์ เป็นสองนักเตะที่เชลซีทุ่มเงินรวมกันถึง 120 ล้านปอนด์ เพื่อเพิ่มศักยภาพในเกมรุก เพื่อหวังที่จะทำลายเกมรับของแชมป์เก่าเมื่อฤดูกาลที่แล้ว หลังได้เห็นมาแล้วในเกมแรกที่พบกับลีดส์ ยูไนเต็ด ซึ่งทั้งสองทีมต่างเก็บ 3 คะแนนในเกมแรกได้เหมือนกัน เกมนี้น่าจะเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างขวัญกำลังใจในช่วงต้นฤดูกาลต่อไป และแน่นอนว่า ทั้งคู่ก็มีโอกาสที่จะต้องเผชิญหน้ากับแอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน และเทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ สองฟูลแบ็คที่ได้รับการยกย่องในระดับโลกเหมือนกัน

นาบี้ เกอิต้า
เกอิต้ายังคงเป็นตัวความหวังในการสร้างผลงานให้กับลิเวอร์พูล เมื่อต้องเจอกับอาการบาดเจ็บรบกวนมาแทบจะตลอด และแฟนบอลแทบจะไม่ได้เห็นผลงานที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่เชลซียังมีช่องว่างให้เห็นในแนวรับ เมื่อเห็นจากเกมแรกที่ทีมของแฟร้งค์ แลมพาร์ด บุกไปเอาชนะไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ได้ 3-1

การเปิดเกมแลกของทั้งสองทีม
แน่นอนว่าในช่วง 10 นาทีแรกของเกมการแข่งขัน และหากทีมไหนทำประตูได้ อาจจะกลายเป็นความได้เปรียบ เมื่อทั้งสองทีมเป็นทีมที่เล่นเกมรุกเหมือนกัน และกองหลังของทั้งสองทีมยังมีความผิดพลาดให้เห็น และเมื่อเจอกับเกมรุกที่ได้รับการยกย่องอย่างสูงของทั้งสองทีม น่าจะมีโอกาสสูงที่จะเกิดประตูมากมายในเกมนี้

เชลซีอาจจะเลือกใช้แผงหลัง 3 คนอีกครั้ง
แลมพาร์ดเลือกใช้แผน 3-4-2-1 เมื่อเคยใช้มาแล้วในการบุกไปเยือนแอนฟิลด์ แม้ว่าเกมจะจบลงด้วยสกอร์ 5-3 และเป็นลิเวอร์พูลที่คว้าชัยชนะ แต่ก็เป็นเหมือนกับการเปิดแผลเกมรับของเจอร์เก้น คล็อปป์ ออกมาให้ได้เห็น ในขณะรูปเกมดังกล่าวก็ยังออกมาสูสี

โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ และมาร์กอส อลอนโซ่
ซาล่าห์ ซัดแฮตทริคในเกมที่พบกับลีดส์ ยูไนเต็ด ในเกมแรกของฤดูกาลมาได้ แต่เกมนี้มีโอกาสที่จะได้เจอกับอลอนโซ่ ที่มีปัญหาเรื่องเกมรับอย่างชัดเจน หลังเบน ชิลเวลล์ แบ็คค่าตัวแพงของสิงห์บลูยังลงสนามไม่ได้ เนื่องจากบาดเจ็บอยู่ น่าจะเป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจสำหรับเกมนี้ และอาจจะเป็นตัวชี้ชะตาผลของเกมการแข่งขันเลยก็ได้

Share

คุ้มค่าหรือไม่ ! ผู้จัดการทีมที่เซ็นสัญญานักเตะไปร่วมทีมด้วยค่าตัวสูงที่สุด

บทความนี้ยังเป็นเรื่องของตลาดซื้อขายนักเตะ เมื่อจะมองไปถึงผู้จัดการทีมชื่อดังและน่าสนใจ สำหรับการทุ่มเงินซื้อด้วยเงินสูงที่สุดของตัวเองในช่วงที่ผ่านมา และหลายคนก็อาจจะเห็นผลอย่างชัดเจน แม้จะยังมีบางรายที่น่าผิดหวัง

มิเกล อาร์เตต้า – กาเบรียล มากัลเญส
กับนักเตะที่มีค่าตัวสูงที่สุดสำหรับอาร์เตต้า ปัจจุบันเป็น กาเบรียล มากัลเญส ที่ถูกดึงตัวจากลีลล์ มายังเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ด้วยค่าตัว 23 ล้านปอนด์ แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่จะทำสถิติใหม่ในซัมเมอร์นี้ เมื่อนายใหญ่ชาวสเปนกำลังพยายามในการคว้าตัวโธมัส ปาร์เตย์ และฮุสเซม อาอูอาร์ ไปร่วมทีม โดยถูกประเมินค่าตัวไม่ต่ำกว่า 40 ล้านปอนด์

แฟร้งค์ แลมพาร์ด – ไค ฮาเวิร์ตซ์
เชลซีทุ่มเงินไปราวๆ 70 ล้านปอนด์ เพื่อคว้าตัวฮาเวิร์ตซ์ จากไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ไปร่วมทีมในซัมเมอร์นี้ และกลายเป็นหนึ่งในความกดดันที่มีต่อตัวตำนานกองกลางของทีมแน่ เมื่อใช้เงินไปแล้วมากกว่า 200 ล้านปอนด์

คาร์โล อันเชล็อตติ – แกเร็ธ เบล
อันเชล็อตติ ทำสถิติในช่วงที่คุมเรอัล มาดริด เมื่อทุ่มเงินไป 85 ล้านปอนด์ ในการดึงตัวเบล จากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส ไปร่วมทีมในปี 2013 และนักเตะกลายเป็นกำลังสำคัญของทีมในเมืองหลวงของสเปน แต่ปัจจุบันกลับตรงข้าม เมื่อซีเนดีน ซีดาน พยายามที่จะปล่อยตัวนักเตะออกจากทีมในซัมเมอร์นี้

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส – ยูริ เทเลมองส์
เงิน 40 ล้านปอนด์ ที่เลสเตอร์ ซิตี้ จ่ายให้กับโมนาโก สำหรับการคว้าตัวกองกลางชาวเบลเยี่ยมไปร่วมทีม นักเตะตอบแทนด้วยฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยม แม้จะเสียดายที่ไม่สามารถพาทีมกลับไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาล 2020-21 ได้

เจอร์เก้น คล็อปป์ – เวอร์จิล ฟาน ไดค์
หนึ่งในกองหลังที่ได้รับการยกย่องให้เป็นระดับโลก หลังย้ายจากเซาแธมป์ตันมายังแอนฟิลด์ด้วยค่าตัว 75 ล้านปอนด์ ยกระดับการเล่นในเกมรับให้กับทีมได้อย่างชัดเจน ช่วยทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และพรีเมียร์ลีกไปได้สำเร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า – โรดรี้
62.8 ล้านปอนด์ คือเงินที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอมจ่ายให้กับแอตเลติโก มาดริด เพื่อเข้ามาเป็นตัวตายตัวแทนของแฟร์นานดินโญ่ และกองกลางชาวสเปนก็ตอบแทนด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมและคงเส้นคงวา แม้ทีมจะประสบความสำเร็จเพียงลีก คัพ ในฤดูกาลที่ผ่านมาเท่านั้น

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา – แฮร์รี่ แม็กไกวร์
แม็กไกวร์ ทำสถิติค่าตัวกองหลังสูงที่สุดของโลกไปได้สำเร็จ ด้วยเงิน 85 ล้านปอนด์ เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว แม้เกมรับของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังมีสิ่งที่ปราการหลังชาวอังกฤษยังต้องแก้ไขและพิสูจน์ตัวเอง

โชเซ่ มูรินโญ่ – ปอล ป็อกบา
หนึ่งในนักเตะที่เคยมีค่าตัวสูงที่สุดในโลก หลังแมนฯ ยูไนเต็ดยอมจ่าย 89 ล้านปอนด์ เพื่อดึงป็อกบา กลับมาจากยูเวนตุส กับพรสวรรค์ในการเล่นของนักเตะไม่เคยมีใครสงสัย กับดีกรีแชมป์ฟุตบอลโลก และดูเหมือนกองกลางชาวฝรั่งเศสจะกลับมาโชว์ฟอร์มให้กับทีมได้เข้าที่เข้าทางอีกครั้ง และน่าจะเป็นฤดูกาล 2020-21 ที่น่าตื่นตาตื่นใจเหมือนกัน

Share

มิเกล อาร์เตต้า มีสิ่งที่ทำให้นักเตะยอมมุ่งมั่นให้กับทีม

กับสิ่งที่ผู้จัดการทีมทุกคนปรารถนาที่จะมีในตัว ซึ่งมีไม่กี่คนที่ทำได้ในปัจจุบัน เมื่อจะสามารถทำให้ทีมประสบความสำเร็จ ซึ่งบางครั้งก็อาจจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด แต่มันกลับไม่สามารถวัดออกมาเป็นตัวเลขได้ มีเพียงทัศนคติและการพูด รวมถึงการกระทำเท่านั้นที่สามารถแสดงออกมา

มิเกล อาร์เตต้า ไม่ว่าจะเป็นลักษณะนิสัย การให้สัมภาษณ์ คำพูด หรือการใช้มันสมองในการฝึกซ้อมของลูกทีม กับความถ่อมตัวที่มีมาตลอดตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะ กับสิ่งต่างๆ ที่ได้รับคำชื่นชมจากอดีตเพื่อนร่วมทีม และแฟนบอลของต้นสังกัดที่เคยค้าแข้ง กับความเป็นมืออาชีพ คือสิ่งที่เขาทำมันมาตลอด และก็ส่งผลออกมาในเวลานี้

แน่นอนว่า กับคำพูดที่ว่า นักเตะของเขาทุกคนในฤดูกาลใหม่จะเริ่มต้นจากศูนย์ เป็นอีกหนึ่งครั้งที่แสดงออกมาให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในตัวนักเตะ และยังสร้างขวัญกำลังใจให้กับทีม รวมถึงแรงกระตุ้นให้กับนักเตะบางราย แม้ช่วงที่ผ่านมา จะไม่ค่อยได้รับโอกาส และไม่ได้เป็นคนสำคัญของทีม

กับความพยายามและความทุ่มเทของนักเตะในทีม เหมือนกับเกมที่เผชิญหน้ากับ ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019-20 ในคอมมิวนิตี้ ชิลด์ ซึ่ง ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง เป็นคนทำประตูขึ้นนำให้กับทีม ก่อนที่จะถูก ทาคุมิ มินามิโนะ ตีเสมอ ทำให้เกมจบลงด้วยสกอร์ 1-1 แต่ก็เป็นเดอะ กันเนอร์ส ที่คว้าชัยชนะในการดวลจุดโทษไปด้วยสกอร์ 5-4 ทำให้ทีมคว้าแชมป์ไปได้สำเร็จ

กับความมุ่งมั่น และความตั้งใจในการเล่นของนักเตะในกรุงลอนดอนแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัดในเกมนี้ โดยเฉพาะกับฟอร์มการเล่นของเอคตอร์ เบเยริน, เอมิเลียโน่ มาร์ตีเนซ, โอบาเมยอง และร็อบ โฮลดิ้ง ที่ทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจ จนทีมสามารถเอาชนะทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ และสร้างความมั่นใจให้กับทีมก่อนฤดูกาล 2020-21 จะเริ่มต้น

โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ นักเตะที่ถือลืมของอาร์เซน่อล เดินทางกลับมาสู่ทีม หลังจากถูกปล่อยออกไปให้เบซิคตัสยืมตัว และเอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ส ที่เป็นข่าวกับการย้ายออกจากทีม แต่ทั้งคู่ก็ได้รับโอกาสลงสนามให้กับทีมในเกมนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยืนยันคำพูดของนายใหญ่ชาวสเปนได้อย่างชัดเจนว่า ทุกคนจะเริ่มต้นจากศูนย์เหมือนกันทั้งหมด ซึ่งสร้างทัศนคติที่ดีในการเล่นให้กับทีมได้อย่างชัดเจน

แต่อย่างไรก็ตาม อาร์เตต้ายังมีงานที่ต้องทำ สำหรับการปล่อยนักเตะส่วนเกินที่ไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมออกไป เพื่อนำเงินไปใช้เสริมทัพนักเตะ และยกระดับการเล่นขึ้นมาอีก ซึ่งอาจจะเป็นนักเตะที่ไม่ได้มีรายชื่อลงสนามในเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ 

Share

รวมบทวิเคราะห์บอลในคู่ฟุตบอลเด็ดๆ คัดมาเน้นๆ