ซิลแวร์ส เชื่อ เทียร์นีย์ เป็นกัปตันและแบ็คที่ดีสุดของลีกได้

อดีตนักเตะของอาร์เซน่อล ออกมาชื่นชมผลงานของนักเตะดาวรุ่งของทีม ที่ตอนนี้กำลังได้รับบาดเจ็บและพักรักษาตัวอยู่

คีแรน์ เทียร์นีย์ จะสามารถกลายเป็นกัปตันทีมได้ในอนาคต และจะยังพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดของ ลีก ได้อีกด้วย อดีตกองหลังของทีม อย่าง มิกาเอล ซิลแวร์ส กล่าว

นักเตะชาวสก็อตแลนด์รายนี้ ย้ายมาอยู่กับทีมเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา แต่มักจะถูกอาการบาดเจ็บรบกวน ทำให้ได้ลงเล่นไม่มากนัก แต่ก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเสมอ “ผมพูดได้เลยว่า เทียร์นีย์ นั้นเป็นนักเตะที่โดดเด่นอย่างมากในฤดูกาลนี้ แม้ว่าจะเจอกับอาการบาดเจ็บบ่อยครั้งก็ตาม” ซิลแวร์ส กล่าว

“เขาพิสูจน์ตัวเองเสมอ และทำให้นักเตะคนอื่นๆ สู้ตามเขาไปด้วย เพราะเขาเป็นคนที่ไม่เคยยอมแพ้เลย เขาจะเป็นกัปตันของทีมได้อย่างแน่นอนในอนาคต เขาแค่ต้องเก็บประสบการณ์อีกสักนิด และพัฒนาตัวเองต่อไป ซึ่งความสามารถของเขา จะทำให้เขาเป็นแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดในลีกได้อีกด้วย”

Share

แกรนท์ แนะ แลมพาร์ด รับมือสถานการณ์ เชลซี อย่างไร

อดีตผู้จัดการทีมเชลซี ออกมาเปิดเผยว่า เขารู้ดีว่าความกดดันในสโมสรเชลซี นั้นมันเป็นอย่างไร ซึ่งเขาก็หวังว่า ตำนานของทีม จะสู้และเชื่อมั่นในทีมต่อไป

อัฟราม แกรนท์ ออกมาเปิดเผยว่า เขารู้ดีว่าความกดดันในทีมเชลซี นั้นเป็นอย่างไร ซึ่งเขาก็อยากจะให้คำแนะนำกับ แฟร๊ง แลมพาร์ด ว่าจะรับมือกับประธานสโมสร อย่าง โรมัน อับราฮิโมวิช อย่างไร “สิ่งที่ผมจะบอกกับ แฟร๊ง ได้ก็คือ เขาต้องอดทนและตั้งใจทำงานของเขาต่อ พยายามทำสิ่งที่จำเป็นต้องทำ เท่านั้นพอ” แกรนท์ กล่าว

“เขาต้องกลับมาทำให้ทีมผลงานดีอีกครั้ง และอย่าให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก เขาต้องอย่าเสียสมาธิ และอย่าให้วิญญาณนักสู้ของเขาหายไป ซึ่งถ้าหากเขาทำได้แล้ว ทุกๆอย่างมันจะค่อยๆดีขึ้นเองนั้นแหละ ซึ่งมันอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเช่นกัน เขาต้องแข็งแกร่ง และแสดงความเป็นผู้นำออกมาให้ได้ เขาคือผู้นำของทีม ดังนั้นเขาต้องเข้มแข็ง และทุกอย่างจะดีขึ้นเอง”

Share

เกิร์ตเซ่ รับ บางครั้งก็กดดันตัวเองมากไป

นักเตะแชมป์โลกปี 2014 นั้นกลับมามีผลงานที่ดีอีกครั้ง หลังจากตัดสินใจ ย้ายไปเล่นในเนเธอร์แลนด์

มาริโอ เกิร์ตเซ่ นั้นกำลังมีผลงานที่ดีอีกครั้ง หลังจากย้ายมาอยู่กับ พีเอสวี ไฮน์โอเฟ่น โดยเขายอมรับว่า บางครั้ง เขาก็กดดันตัวเองมากไป จนทำให้ผลงานตกลงตามไปด้วยเช่นกัน

เกิร์ตเซ่ โด่งดังอย่างมาก ตั้งแต่อายุ 22 ปีเท่านั้น หลังจากพา ทีมเยอรมัน เอาชนะ อาร์เจนติน่า และคว้าแชมป์โลกไปได้ ในปี 2014 “มองจากภายนอก มันเต็มไปด้วยข่าวมากมายที่มาพร้อมกับความกดดัน แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือตัวของผมเอง ว่าผมจะรับมืออย่างไร” เกิร์ตเซ่ กล่าว

“บางครั้งผมเองก็กดดันตัวเองมากไป และมันก็ส่งผลกระทบต่อฟอร์มการเล่น ผมถึงบอกว่า ตัวของเราเองนี้แหละ ที่สำคัญที่สุด ตอนนี้ผมกลับมาเล่นอย่างสบายใจอีกครั้ง ผมไม่กดดันเลย และผมมาเล่นในที่ที่ผมรู้สึกสบายใจ มันทำให้ทุกอย่างดีตามไปด้วย”

Share

แม็คคลาเรน ยัน ยูไนเต็ด กลับมาเป็นทีมลุ้นแชมป์อีกครั้ง

อดีตผู้ช่วยผู้จัดการทีมของสโมสร เชื่อว่าลูกทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นั้นกลับมามีผลงานที่ดีอีกครั้ง และจะกลับมาลุ้นแชมป์ได้อย่างแน่นอน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะสามารถคว้าชัยชนะได้ในทุกๆเกมอีกครั้ง อดีตผู้ช่วยผู้จัดการทีมของสโมสร อย่าง สตีฟ แม็คคลาเรน กล่าว โดยเขายืนยันว่า สโมสรตอนนี้ จะกลับมาลุ้นแชมป์ได้อีกครั้งอย่างแน่นอน

ผลงานในช่วงครึ่งฤดูกาลแรกของปีศาจแดง นั้นกลับมายอดเยี่ยมอีกครั้ง หลังจากที่ตอนนี้ ขึ้นมารั้งอันดับที่ 2 ของตารางได้แล้ว “สไตล์การเล่นของทีมตอนนี้ มันเป็นสไตล์การเล่นที่ยอดเยี่ยม และสามารถคว้าชัยชนะได้ทุกทีมอย่างแน่นอน”

“พวกเขามีนักเตะดีๆมากมาย และตอนนี้กลับมาฟิตเต็มที่และมีผลงานที่ดีกันทุกคนอีกครั้ง ดังนั้นมันปฎิเสธไม่ได้เลย ว่าตอนนี้ พวกเขากลับมาเป็นทีมลุ้นแชมป์ได้อีกครั้งอย่างแน่นอน ผมเชื่อว่าทีมตอนนี้ จะประสบความสำเร็จได้อีกครั้ง อย่างไม่ต้องสงสัย”

Share

เดอไซญี่ ยัน ชิรูด์ ไม่สำคัญกับ เชลซี เท่า ฝรั่งเศส

กองหน้าตัวเก๋าของเชลซีรายนี้ กลับมาเป็นตัวหลักของ แฟร๊ง แลมพาร์ด อีกครั้ง หลังจากทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงหลัง

มาร์เซล เดอไซญี่  กองหลังระดับตำนานชาวฝรั่งเศส เชื่อว่า โอลิวิเยร์ ชิรูด์ จะต้องเจอกับปัญหาในการลงเล่นกับ เชลซี อีกครั้ง ซึ่งจะแตกต่างกับการเล่นให้กับทีมชาติฝรั่งเศส อย่างสิ้นเชิง

ชิรูด์ นั้นเป็นตัวสำรองของเชลซี ซึ่งไม่เหมือนกับการเล่นให้กับทีมชาติฝรั่งเศส ที่เขามักจะเป็นตัวหลักของทีมเสมอ “เขาไม่ได้เป็นอนาคตของ เชลซี อีกแล้ว และเขาจะไม่มีทางเป็นตัวหลักของทีมได้อย่างแน่นอน” เดอไซญี่ กล่าว

“เขาอาจจะเป็นตัวหลักของทีมได้บ้างในบางจังหวะ แต่เขาจะไม่มีทางสำคัญ ได้เหมือนกับตอนที่เขาเล่นให้กับทีมชาติฝรั่งเศส แน่นอน เขายังคงเป็นกองหน้าที่มีประโยชน์ และเต็มไปด้วยประสบการณ์ ซึ่งเขาจะมีประโยชน์อีกมาก แม้ว่าจะไม่ได้เป็นตัวหลักของ เชลซี ก็ตาม”

Share

มูรินโญ่ ยัน โล เซลโซ่ กลับมาท็อปฟอร์มแล้ว

สตาร์ชาวอาร์เจนติน่ารายนี้ กลับมาทำประตูให้กับทีมได้อีกครั้ง จนทำให้ผู้จัดการทีมของสโมสร พอใจผลงานของเขาอย่างมาก

โฆเซ่ มูรินโญ่ นั้นเชื่อว่า จิโอวานนี่ โล เซลโซ่ นั้นกลับมาอยู่ในช่วงท็อปฟอร์มอีกครั้งแล้ว หลังจากเกมล่าสุด พา สเปอร์ เอาชนะ รอแยล อันเวิร์พ ไปได้ 2 ประตูต่อ 0

“ผลงานของ จิโอ ในฤดูกาลที่ผ่านมา ผมคิดว่ายอดเยี่ยมมากๆแล้วนะ แต่หลังจากนั้น เขาดันมาเจอกับอาการบาดเจ็บรบกวน ยาวมาจนถึงช่วง พรีซีซั่น ในฤดูกาลนี้” มูรินโญ่ กล่าว

“แต่ตอนนี้เขากลับมาแล้ว ซึ่งผมเคยบอกว่า เขายังต้องการเวลาอีกสักนิด และสุดท้ายเขาก็ได้เวลาตามที่เขาต้องการ จนทำให้เขามีผลงานดีอีกครั้ง เขายังคงเป็นยอดนักเตะของผมเหมือนเดิม ซึ่งตอนนี้ผมคิดว่าเขากลับมาท็อปฟอร์มอีกครั้งแล้ว”

Share

โอเว่น ยัน หากเขาเป็นโค้ช เฟร็ด คงไม่มีวันได้เล่น

อดีตนักเตะของปีศาจแดง ออกมาตำหนินักเตะชาวบราซิลของสโมสร ว่าทำเรื่องที่ไม่สมควร จนทำให้เขาถูกไล่ออกจากสนามไปในที่สุด

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นั้นถูกแนะนำให้ เอา เฟร็ด ออกจากทีม หลังจากที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องพ่ายแพ้ให้กับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ไปด้วยสกอร์ 3 ประตูต่อ 1

ยูไนเต็ด ต้องเหลือนักเตะ 10 คน เท่านั้น หลังจากที่ เฟร็ด ถูกไล่ออกจากสนาม จนยิ่งทำให้เกมยิ่งขาดเข้าไปใหญ่ “เขาทำเรื่องผิดพลาดเต็มไปหมด” โอเว่น กล่าว

“เขาโตมากแล้วนะ แต่ก็ยังคุมสติตัวเองไม่ได้ และสุดท้าย มันทำให้ทีมต้องเสี่ยงทันที”

“ดังนั้นถ้าหากผมเป็นผู้จัดการทีม เขาจะเป็นคนหนึ่งที่ผมไม่ให้ลงเล่นอย่างแน่นอน ผมเข้าใจนะ ที่ โซลชา ต้องปกป้องเขา แต่อย่าลืมด้วยแล้วกัน ว่าเขาทำผลงานไว้อย่างไรในเกมที่ผ่านมา”

Share

โคล ยก ชิรูด์ กองหน้าที่ถูกมองข้ามที่สุดในลีก

อดีตกองกลางของเชลซี ออกมายกย่องอดีตนักเตะเพื่อนร่วมทีมของเขา หลังจากที่เป็นคนพังประตูชัย ช่วยให้สโมสร เอาชนะ แรนส์ ไปได้ ในรายการยูฟ่า แชมป์เปี่ยน ลีก

โอลิวิเยร์ ชิรูด์ กองหน้าตัวเก่งของ เชลซี นั้นเป็นหนึ่งในกองหน้าที่ถูกมองข้ามมากที่สุดใน ลีก อดีตนักเตะของสโมสร อย่าง โจ โคล กล่าว

ชิรูด์ ยังคงทำประตูและทำผลงานให้กับสโมสรได้อย่างยอดเยี่ยมเสมอ เมื่อได้รับโอกาส แม้ว่าในช่วงหลัง เขาจะตกเป็นตัวสำรองของทีมอยู่ตลอดเวลา “ผมคิดว่า ชิรูด์ เป็นกองหน้าทีมีผลงานที่สม่ำเสมออย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องการทำประตู ซึ่งเขาเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ตอนอยู่กับ อาร์เซน่อล แล้ว” โคล กล่าว

“ที่สำคัญ เขาเป็นกองหน้าที่มักจะถูกมองข้ามเสมอ ทั้งๆที่ผลงานของเขา ก็ทำได้ดีตลอด เมื่อได้ลงสนาม มันมีเหตุผลอยู่แล้ว ที่ เดช็องต์ ให้โอกาสเขาเสมอในทีมชาติ ซึ่งก็คือความมีประโยชน์ของเขา โดยเฉพาะลูกกลางอากาศ ซึ่งเป็นอะไรที่อะเมซิ่งอย่างมาก”

Share

ก้าวต่อไปของ เวย์น รูนี่ย์ หลัง ฟิลลิป โคคู ลาออก

เวย์น รูนี่ย์ ตำนานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมเจอกับอีกบทบาทหนึ่ง กับความท้าทายครั้งใหม่กับ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ หลัง ฟิลลิป โคคู ผู้จัดการทีม ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งเมื่อเมื่อวานนี้ หลังเพิ่งจะเข้ามาคุมทีมในช่วงซัมเมอร์ปี 2019 ที่ผ่านมา เนื่องจาก แฟร้งค์ แลมพาร์ด กลับไปคุม เชลซี อดีตต้นสังกัดเก่า ในขณะที่ผลงานของทีมในการแข่งขันแชมเปี้ยนชิพในฤดูกาล 2020-21 ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวัง

ปัจจุบันดาร์บี้รั้งตำแหน่งบ๊วยของตารางคะแนนแชมเปี้ยนชิพ หลังเก็บได้เพียง 6 คะแนน จากการลงสนามไป 11 เกม ในขณะที่คริส ฟาน เดอร์ เวียร์เด้น ผู้ช่วยผู้จัดการทีม และทวาน ชีเปอร์ส โค้ชทีมชุดแรกก็ออกจากสโมสรเช่นเดียวกัน โดยมีการยืนยันออกมาแล้วว่า รูนี่ย์จะทำหน้าที่คุมดาร์บี้ในการบุกไปเยือนบริสตอล ซิตี้ ในแชมเปี้ยนชิพ หลังพักเบรกทีมชาติในวันที่ 21 พฤศจิกายน หลังจากตำนานของแมนฯ ยูไนเต็ด ย้ายมายังดาร์บี้ตั้งแต่เดือนมกราคมปีที่แล้วในฐานะนักเตะควบตำแหน่งโค้ชของทีม

ดาวเตะวัย 35 ปี จะได้เจอกับบทบาทใหม่ในเร็วๆ นี้ โดยรูนี่ย์ให้สัมภาษณ์ว่า “ผมเสียใจกับฟิลลิปจริงๆ กับทีมงานของเขา เมื่อต้องออกจากสโมสร ผมต้องขอบคุณมากๆ ด้วยส่วนตัวกับทุกๆ อย่างที่เขาช่วยเหลือผม กำลังใจทั้งหมดของเขาในฐานะโค้ช สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการเสถียรภาพให้กับสโมสรและเริ่มขยับขึ้นไปด้านบนของตารางคะแนน ผมถูกขอให้ทำหน้าที่โค้ชของทีม สำหรับการเตรียมทีมในเสาร์หน้า กับเกมที่พวกเราต้องเจอกับบริสตอล ซิตี้ โค้ชและผมจะได้พูดคุยกันในวันจันทร์นี้”

ดาร์บี้ออกแถลงการณ์ขอบคุณโคคูสำหรับการคุมทีมที่ผ่านมาด้วยว่า “ฟิลลิปและทีมงานของเขา พวกเขาช่วยกันพัฒนาและสร้างนักเตะในสถาบันของพวกเรามากมาย กับนักเตะที่ลงเล่นในทีมชุดแรก ฟิลลิปช่วยเหลือสถานภาพทางการเงินของสโมสรได้มากมาย เมื่อสโมสรได้รับผลกระทบทางด้านการเงิน จากการระบาดของไวรัสโควิด-19 สโมสรรู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้ง”

“ดารบี้ เคาน์ตี้ขอขอบคุณฟิลลิป, คริส และทวาน สำหรับการทำงานอย่างหนักและความทุ่มเทตลอด 16 เดือนที่ผ่านมา พวกเราขอให้ทุกคนโชคดีในเส้นทางอาชีพในอนาคต สโมสรจะแสดงข้อมูลอัปเดตตามความเหมาะสม หากมีอะไรเพิ่มเติม”

โคคูโพสต์ลงอินสตาแกรมว่า “ผมอยากจะใช้โอกาสนี้ขอบคุณทุกคนที่สโมสร ทีมงาน และนักเตะทุกคน กับแรงสนับสนุนที่ยอดเยี่ยมที่ไพรด์ พาร์ค แม้ฤดูกาลนี้จะไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเราอยากให้เป็น ผมเชื่อในโครงการและความกระตือรือร้นที่ถูกสร้างขึ้นมา ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสโมสรจะมีอนาคตที่สดใส ผมอยากให้ทุกคนโชคดี ทั้งในและนอกสนาม สุดท้ายนี้ผมอยากจะกล่าวคำขอบคุณ กับคนสำคัญที่สุดของสโมสร นั่นก็คือแฟนบอล”

Share

สิ่งที่น่าสนใจเกมระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล

ศึกบิ๊กแมตช์ในคืนวันอาทิตย์สำหรับฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สัปดาห์ที่ 8 เป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองแชมป์เก่าจะได้เปิดเอติฮัด สเตเดี้ยม เพื่อรับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล แชมป์เก่า โดยเป็นทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่คว้าแชมป์ในฤดูกาล 2019-20 ด้วยการมีคะแนนมากกว่าทีมของ เป๊ป กวารดิโอล่า ถึง 18 คะแนน ก่อนที่จะได้เผชิญหน้ากันในเวลานี้

สิ่งที่น่าสนใจแรกก็คือเกมรุกของแมนฯ ซิตี้ จะสามารถจัดการเกมรับของลิเวอร์พูลที่ไม่มี เวอร์จิล ฟาน ไดค์ กองหลังตัวเก่งได้หรือไม่ แม้ว่า โจเอล มาติป จะมีโอกาสกลับมาลงสนามให้กับทีมของคล็อปป์ แต่ทีมของกวาร์ดิโอล่าก็เสียหายไปเหมือนกัน เมื่อไม่มี เซร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้าตัวเก่ง โดยมีเพียง กาเบรียล เฆซุส ที่เพิ่งจะกลับมาลงสนามในเกมล่าสุดที่บุกไปถล่ม โอลิมปิก มาร์กเซย ได้ 3-0 โดยดาวยิงชาวบราซิลทำได้ด้วย

แต่อย่างไรก็ตาม เควิน เดอ บรอยน์ ตัวทีเด็ดของแมนฯ ซิตี้ยังพร้อมลงสนามในเกมนี้ หลังจากทำผลงานได้อย่างโดดเด่น กับเกมที่เจอกันล่าสุดที่สนามแห่งนี้ เมื่อทีมถล่มลิเวอร์พูลไปได้ 4-0 ในเดือนกรกฎาคม ในขณะที่ ฟิล โฟเด้น และ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ยังพร้อมลุยทั้งหมด

ทีมของคล็อปป์เล่นบอลยาวมากขึ้นอย่างชัดเจนในฤดูกาล เมื่อจะเป็นแดนหลังของทีมที่เปิดบอลไปให้สามประสานแดนหน้าสอดเข้าไปทำประตูและประสบความสำเร็จมาหลายเกม แน่นอนว่าเรื่องลูกกลางอากาศยังเป็นสิ่งที่แนวรับของแมนฯ ซิตี้ต้องพิสูจน์ตัวเอง โดยเฉพาะ รูเบน ดิอาส กองหลังตัวใหม่ที่เพิ่งจะย้ายจาก เบนฟิก้า มาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์

ฟูลแบ็คของลิเวอร์พูลจะสามารถปิดเกมทางด้านข้างของแมนฯ ซิตี้ได้หรือไม่ ยังเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่น่ากังวล เมื่อ ไคล์ วอล์คเกอร์ และ เจา คันเซโล่ สร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจ เมื่อเติมเกมขึ้นมาช่วยเกมรุก ในขณะที่ ริยาด มาห์เรซ และ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ยังเป็นสองนักเตะในตำแหน่งปีกที่มีโอกาสลงสนามมาเพื่อป่วนเกมรับด้านข้างของแชมป์เก่าด้วย นับเป็นจุดชี้เป็นชี้ตายด้วยเหมือนกัน เมื่อตัวรุกของลิเวอร์พูลไม่ได้ลงมาช่วยเล่นเกมรับเท่าไหร่นัก

เฟร์ราน ตอร์เรส จะได้เจอกับบทพิสูจน์ครั้งใหญ่ หากต้องลงเล่นในตำแหน่งกองหน้า หลังจากลงสนามในเกมที่เจอกับมาร์กเซยเมื่อกลางสัปดาห์และทำได้ 1 ประตู แต่เกมนี้จะเป็นการพบกับทีมที่แข็งแกร่งและแทบจะไม่มีเวลาสำหรับการครองบอลมากนัก หลังย้ายจาก บาเลนเซีย มาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา หากกวาร์ดิโอล่าตัดสินใจที่จะเลือกนักเตะลงสนามก่อนเฆซุส

Share

รวมบทวิเคราะห์บอลในคู่ฟุตบอลเด็ดๆ คัดมาเน้นๆ