คลังเก็บป้ายกำกับ: ลิเวอร์พูล

สิ่งที่น่าสนใจหลังจบเกม ลิเวอร์พูล 3-1 อาร์เซน่อล

เกมบิ๊กแมตช์ในพรีเมียร์ลีก สัปดาห์ที่ 3 ของฤดูกาล 2020-21 จบลงด้วยชัยชนะของ ลิเวอร์พูล เหนือ อาร์เซน่อล ด้วยสกอร์ 3-1 เป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ถึงความยอดเยี่ยมของแชมป์เก่า และสิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจน เมื่อเดอะ กันเนอร์ส ต้องการกองกลางรายใหม่ที่จะถูกดึงไปร่วมทีม

1. อาร์เซน่อลมีโอกาสทำประตูได้ 3 ครั้ง ส่วนลิเวอร์พูล 24 ครั้ง โดยทีมครองบอล 31.1 เปอร์เซ็นต์ ผ่านบอลสำเร็จ 64 เปอร์เซ็นต์ สร้างโอกาสทำประตูได้ 2 ครั้ง และทีมเป็นฝ่ายเอาชนะไปด้วยสกอร์ 2-1 ที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในเดือนกรกฎาคม แต่การบุกมาเยือนแอนฟิลด์รอบนี้ ทีมมีโอกาสทำประตู 4 ครั้ง แชมป์เก่ามีโอกาส 21 ครั้ง โดยทีมครองบอล 33.1 เปอร์เซ็นต์ ผ่านบอลสำเร็จ 76 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็แพ้ไปด้วยสกอร์ 3-1

2. กับความพ่ายแพ้ของมิเกล อาร์เตต้า ถือว่าไม่ได้เป็นเรื่องที่ต้องถูกประณามแต่อย่างใด เมื่อมองถึงความยอดเยี่ยมของลิเวอร์พูล และสถิติการเล่นในบ้านในพรีเมียร์ลีกที่ทำได้อย่างโดดเด่น เมื่อ 40 เกมหลังสุดที่เล่นในแอนฟิลด์ ชนะได้ถึง 37 เกม และเสมอ 3 เกม และปัจจุบันได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในโลก

3. เจอร์เก้น คล็อปป์ สร้างทีมเหมือนกับสัตว์ประหลาดในเกมนี้ ทั้งการไล่เพรสซิ่งและการเล่นเกมรุกที่ทำได้อย่างโดดเด่น แม้อเล็กซานเดร ลากาแซ็ตต์จะมีโอกาสทำประตูอยู่ 2 ครั้ง แต่ก็ไม่สามารถยิงผ่านมือของอลีสซง เบ็คเกอร์ไปได้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ทิศทางของเกมยังไม่เข้าทางทีมเยือน บ่งบอกได้ถึงการเป็นระดับโลกของนักเตะหลายคนในทีม

4. ตำแหน่งกองกลางคือขุมกำลังที่สำคัญของทั้งสองทีมในเกมนี้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการวิ่งไล่เพรสซิ่งเหมือนกัน รวมถึงถ่ายบอลไปสู่กองหน้า หรือการประสานงานร่วมกับแผงหลัง ซึ่งยังเป็นสิ่งที่ลิเวอร์พูลทำได้อย่างยอดเยี่ยม และกองกลางของทีมทุกคนก็มีโอกาสทำประตูทั้งหมด รวมถึงพละกำลังในการวิ่งไล่เพรสซิ่ง เมื่อแชมป์เก่าทำได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่นาทีแรกจนถึงนาทีสุดท้ายของเกม ซึ่งแตกต่างกับทีมของอาร์เตต้าที่ช่วงหลังเริ่มหมดแรง แม้ทีมจะยังมีทีเด็ดในช่วงที่ดานี่ เซบายอส ถูกส่งลงสนาม

5. ฟาบินโญ่ และ ซาดิโอ มาเน่ ยังเป็นสองนักเตะที่ทำผลงานออกมาได้อย่างโดดเด่น และแทบจะสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะกองกลางชาวบราซิลที่สามารถดักทาง เล่นเกมรับ และผ่านบอลไปมาให้ไหลลื่น ในขณะที่มาเน่ยังเป็นตัวความหวังในการทำประตูและยังมีจังหวะที่เลี้ยงบอลและครองบอลได้อย่างน่าประทับใจ

Share

สิ่งที่น่าสนใจระหว่าง เชลซี และ ลิเวอร์พูล

เกมใหญ่ของฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2020-21 มาถึงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นเพียงเกมที่ 2 ของฤดูกาลเท่านั้น โดยเป็น เชลซี ทีมที่จบในอันดับที่ 4 ของตารางคะแนนฤดูกาลที่แล้ว และทุ่มเงินไปมากกว่า 200 ล้านปอนด์ ในการยกระดับการเล่น โดยจะได้เปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ เพื่อรับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล แชมป์ในฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดในรอบ 30 ปี และบทความนี้จะมองถึงความน่าสนใจในเกมนี้

ไค ฮาเวิร์ตซ์ และ ติโม แวร์เนอร์
ฮาเวิร์ตซ์ และแวร์เนอร์ เป็นสองนักเตะที่เชลซีทุ่มเงินรวมกันถึง 120 ล้านปอนด์ เพื่อเพิ่มศักยภาพในเกมรุก เพื่อหวังที่จะทำลายเกมรับของแชมป์เก่าเมื่อฤดูกาลที่แล้ว หลังได้เห็นมาแล้วในเกมแรกที่พบกับลีดส์ ยูไนเต็ด ซึ่งทั้งสองทีมต่างเก็บ 3 คะแนนในเกมแรกได้เหมือนกัน เกมนี้น่าจะเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างขวัญกำลังใจในช่วงต้นฤดูกาลต่อไป และแน่นอนว่า ทั้งคู่ก็มีโอกาสที่จะต้องเผชิญหน้ากับแอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน และเทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ สองฟูลแบ็คที่ได้รับการยกย่องในระดับโลกเหมือนกัน

นาบี้ เกอิต้า
เกอิต้ายังคงเป็นตัวความหวังในการสร้างผลงานให้กับลิเวอร์พูล เมื่อต้องเจอกับอาการบาดเจ็บรบกวนมาแทบจะตลอด และแฟนบอลแทบจะไม่ได้เห็นผลงานที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่เชลซียังมีช่องว่างให้เห็นในแนวรับ เมื่อเห็นจากเกมแรกที่ทีมของแฟร้งค์ แลมพาร์ด บุกไปเอาชนะไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ได้ 3-1

การเปิดเกมแลกของทั้งสองทีม
แน่นอนว่าในช่วง 10 นาทีแรกของเกมการแข่งขัน และหากทีมไหนทำประตูได้ อาจจะกลายเป็นความได้เปรียบ เมื่อทั้งสองทีมเป็นทีมที่เล่นเกมรุกเหมือนกัน และกองหลังของทั้งสองทีมยังมีความผิดพลาดให้เห็น และเมื่อเจอกับเกมรุกที่ได้รับการยกย่องอย่างสูงของทั้งสองทีม น่าจะมีโอกาสสูงที่จะเกิดประตูมากมายในเกมนี้

เชลซีอาจจะเลือกใช้แผงหลัง 3 คนอีกครั้ง
แลมพาร์ดเลือกใช้แผน 3-4-2-1 เมื่อเคยใช้มาแล้วในการบุกไปเยือนแอนฟิลด์ แม้ว่าเกมจะจบลงด้วยสกอร์ 5-3 และเป็นลิเวอร์พูลที่คว้าชัยชนะ แต่ก็เป็นเหมือนกับการเปิดแผลเกมรับของเจอร์เก้น คล็อปป์ ออกมาให้ได้เห็น ในขณะรูปเกมดังกล่าวก็ยังออกมาสูสี

โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ และมาร์กอส อลอนโซ่
ซาล่าห์ ซัดแฮตทริคในเกมที่พบกับลีดส์ ยูไนเต็ด ในเกมแรกของฤดูกาลมาได้ แต่เกมนี้มีโอกาสที่จะได้เจอกับอลอนโซ่ ที่มีปัญหาเรื่องเกมรับอย่างชัดเจน หลังเบน ชิลเวลล์ แบ็คค่าตัวแพงของสิงห์บลูยังลงสนามไม่ได้ เนื่องจากบาดเจ็บอยู่ น่าจะเป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจสำหรับเกมนี้ และอาจจะเป็นตัวชี้ชะตาผลของเกมการแข่งขันเลยก็ได้

Share

ฟานไดจ์ ลั่นขำๆ โด้ ไม่ใช่คู่แข่ง

ก็ถือเป็นสีสันของการแจกรางวัลบัลลงดอร์ฤดูกาล 2018-2019 เมื่อคืนนี้ เพราะมีนักข่าวถาม ฟานไดจ์ ว่า CR7 ไม่ได้มาร่วมงานนี้ก็ถือว่าหมดคู่แข่งไป 1 คนใช่หรือไม่ซึ่ง ฟานไดจ์ ได้ก็ตอบแบบติดตลกว่า
เขาเป็นคู่แข่งกับผมหรือ

ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นการต่อแบบขำ ๆเพราะก่อนหน้านี้เจ้าตัวเคยให้สัมภาษณ์ออกสื่อแล้วว่า ทุกคนคือเพื่อนร่วมอาชีพ เขาไม่ได้มองใครเป็นคู่แข่งในรายการ แต่พี่สาวของ คริสเตียโน โรนัลโด้ ก็จวกเข้ายับผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว ในทุกช่องทาง ว่า

ฟานไดจ์ ไม่มีค่าพอที่จะมาเป็นคู่แข่งกับ  คริสเตียโน โรนัลโด้ ซึ่งหลังจากมีการเผยแพร่ Social Media นี้ออกมา คริสเตียโน โรนัลโด้ ได้ก็แค่บ่นๆว่าเขาแค่พูดขำๆ จะอะไรกันนักหนา ก็ถือว่าครอบครัวของ คริสเตียโน โรนัลโด้ มักจะมีเอฟเฟคกับรายการนี้แทบจะทุกครั้ง ที่ CR7 ไม่ได้รางวัลก็ไม่รู้ว่าใครจะแรงกว่ากัน

Share

ไอ้หนู เทรนด์ กล่าวถึงเพื่อนร่วมทีมผ่านสื่อ

เทรนด์ ฝากข่าวฝากความคิดถึงมาถึงพลพรรคหงส์แดงว่า หลังจบเกมทีมชาติ เราจะกลับมาสู้กันให้เต็มที่ก็ดูเหมือนในตอนนี้อะไรๆ จะดีไปหมดสำหรับหงส์แดงลิเวอร์พูล แม้ว่านักเตะตัวหลักอย่าง ซาลาห์ ยังได้รับบาดเจ็บอยู่ แต่ก็ดูเหมือนเจ้าตัวจะรีบรักษาอาการบาดเจ็บ โดยการถอนตัวออกจากทีมชาติ เพื่อพักรักษาให้หายก่อนที่จะกลับไปรับใช้ชาติตัวเองในเกมต่อไป และ เพื่อจะกลับมาให้ทันเกมสโมสร 

นอกจาเขาแล้วก็ยังรวมถึง โรเบิร์ตสัน ที่ถอนตัวจากทีมชาติสกอตแลนด์และชั่วคราวเพราะมีอาการบาดเจ็บเรื้อรังด้วยเช่นเดียวกัน และกับกรณี โจ โกเมซ ที่มีปัญหากับ สเตอริ่ง  ก็กลายเป็นว่า เขาได้รับความเห็นอกเห็นใจจากแฟนบอลมากกว่าสเตอร์ริง 

แน่นอนว่าตอนนี้หลายคนมองว่าหงส์แดง กำลังระเริงกับชัยชนะ แต่ ดาวรุ่ง เทรนต์ อเล็กซานเดอร์- อาร์โนลด์ ย้ำว่าเราไม่เป็นเช่นนั้น และกล่าวผ่านสื่อถึงเพื่อนร่วมทีมว่าขอให้ทุกคนรักษาโมเมนตั้ม รักษาความกระหายในชัยชนะเอาไว้ เพราะหลังจากหมดเกมทีมชาติ พวกเราจะกลับมาสู้กันต่อในเกมลีกและในการแข่งขันอีกหลายรายกา รเราจะต้องรวมใจกันเป็นหนึ่งและจะต้องชนะให้ได้เหมือนที่ผ่านมา

Share

โควัช ยอมรับสภาพทีมตอนนี้เป็นรอง ลิเวอร์พูล

อยู่ดีๆ นิโก้ โควัช กุนซือของบาเยิร์นมิวนิคก็ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า สภาพทีมและความพร้อมของบาเยิร์นมิวนิคในตอนนี้ ไม่ดุดันเท่าที่ควร และยังถูกนำไปเปรียบเทียบกับหงส์แดง ลิเวอร์พูล เจอร์เก้น คลอป์ป ว่าฝ่ายนั้นมีความที่ดุดัน มีเกมรุกที่ดีกว่า 

เนื่องจากในเกมล่าสุดในลีกบุนเดสลีกานั้นบาเยิร์นมิวนิค ต้องเล่นกันแบบหืดขึ้นคอกว่าจะชนะ 3 คะแนนมาซึ่ง เจ้าตัวนั้นกล่าวว่านักเตะของเราก็มีอยูเท่านี้เราก็คงทำได้ ตามความสามารถ เราต้องมีนักเตะที่ ฟอร์มดี มีความสดและกระหายชัยชนะ ซึ่งบรรดากูรูหลายคนมองว่าหากเทียบกันตัวต่อตัวแล้ว

นักเตะหงส์แดง ลิเวอร์พูล ก็มีโดดเด่นอยู่ไม่กี่ตำแหน่ง หากเทียบความสามารถกันจริงๆแต่ ลิเวอร์พูลเป็นทีมที่เล่นกัน 11 คนไม่ใช่เล่นแค่คนเดียว หรือหวังพึ่งใครคนเดียว ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ใครๆจะยก ลิเวอร์พูลดีกว่าเสือใต้ตอนนี้ และหากกุนซือของทีมคิดแบบนี้ ย่อมทำให้นักเตะหมดกำลังใจแน่นอน

Share

โอกาสลุ้นแชมป์ลีกยังเปิดกว้าง

จากเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาระหว่าง ลิเวอร์พูล เปิดรังแอนฟิลด์ทำได้แค่เสมอกับ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-1 นั่นทำให้โอกาสของการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังคงเปิดกว้างและไม่ได้ถูกทิ้งห่างอย่างที่คาดเอาไว้ตั้งแต่แรกกับการที่ แมนฯ ซิตี้ บุกไปพ่าย นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ขณะเดียวกันการลุ้นท็อปโฟร์ก็ยังคงสนุกมาก ๆ เพราะตั้งแต่อันดับที่ 4-6 สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาถือว่าปีนี้พรีเมียร์ลีกมีความน่าตื่นเต้นมากทีเดียว

ย้อนกลับไปเกมที่ ลิเวอร์พูล ทำได้แค่เสมอกับ เลสเตอร์ ต้องบอกว่าตอนเริ่มเกมมาแค่ไม่กี่นาทีที่พวกเขาได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็วใคร ๆ ก็คิดว่างานนี้ เลสเตอร์ คงไม่รอดพ้นเงื้อมมือมัจจุราชในการโดนถล่มแบบหมดสภาพแน่ ๆ แต่ที่ไหนได้พอทีมเยือนสามารถตั้งตัวตั้งเกมของตนเองได้สักพัก พวกเขาเดินหน้าเปิดเกมบุกแบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมจนสุดท้ายก็ได้ประตูตีเสมอ หลังจบเกม เจอร์เกน คล็อปป์ เจ้านายใหญ่แห่งทัพ “หงส์แดง” ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงสภาพสนามที่มีหิมะปกคลุมทำให้การเคลื่อนเกมบนพื้นที่พวกเขาถนัดเป็นไปด้วยความยากลำบากซึ่งถ้าใครได้ดูเกมนี้ก็ต้องบอกว่าสภาพสนามมีส่วนอย่างมากเหมือนกันที่ทำให้แนวรุกของเจ้าบ้านไม่สามารถต่อกรได้อย่างที่ควรจะเป็น ทั้ง ๆ ที่ได้เปรียบเรื่องของสนามแท้ ๆ

เมื่อโอกาสยังเปิดกว้างการจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สมัยแรกของ ลิเวอร์พูล ก็ยังไม่มีอะไรแน่นอน เพราะเมื่อมองจากเกมการแข่งขันแล้วยังมีอีกหลาย ๆ เกมที่ต้องขับเคี่ยวกับทีมอื่น ๆ แม้พวกเขาจะฟอร์มดีมาตลอด แต่ถ้าตกม้าตายตอนจบก็ไร้ความหมายเช่นกัน ปีนี้ แมนฯ ซิตี้ ไม่ได้แข็งแกร่งดังเดิม นั่นคือข้อดีที่ทำให้โอกาสคว้าแชมป์ของพวกเขามีสูง แต่อย่าลืมว่าเวลาเจอกับทีมใหญ่ ๆ แมนฯ ซิตี้ ก็ยังทำผลงานได้คงเส้นคงวา ขณะที่ ลิเวอร์พูล เองแม้จะแพ้แค่เกมเดียวแต่ถ้ายังหนักไปทางเสมอบ่อย ๆ โอกาสร่วงก็มีสูงเหมือนกัน

ความสนุกและความเข้มข้นของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซีซั่นนี้ยังคงมีให้ดูกันอย่างต่อเนื่องและเชื่อว่ามันสร้างความมันส์ให้แฟนบอลอย่างมากที่ได้ลุ้นกันยาว ๆ ไม่เหมือนซีซั่นก่อนที่ แมนฯ ซิตี้ ทิ้งห่างแบบม้วนเดียวจบ โอกาสของการลุ้นแชมป์ยังคงเปิดกว้างและตอบไม่ได้ว่าสรุปแล้วใครจะเข้าป้ายความแชมป์ลีกในปีนี้ไปครองกันแน่ เวลาอีกกว่า 3-4 เดือน ถึงจะรู้ผลบทสรุปสุดท้ายของการแข่งขันว่าใครคือเบอร์ 1


Share

คล็อปป์ โคตรโล่งหลังบด พาเลซ 4-3

เจอร์เก้น คล็อปป์ กล่าวว่าเขารู้สึกโล่งอกเป็นอย่างมากที่พาทีมเอาชนะ คริสตัล พาเลซ ได้อย่างฉิว 4-3  ในเกมที่ แอนฟิลด์ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

หงส์แดง ถูกนำไปก่อนในครึ่งแรกจากประตูของ แอนดรอส ทาวน์เซนด์ ในครึ่งหลังพวกเขาก็กลับมายิง 2 ประตูรวดจาก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ ฟิมิโน่ แต่ก็โดน เจมส์ ทอมกิ้นส์ โขกดีเสมอเป็น 2-2 ก่อนที่ ซาลาห์ จะอาศัยความผิดพลาดของผู้รักษาประตูทีมเยือนยิงเข้าไปเป็นประตูนำ 3-2 และ มาเน่ ก็มายิงลูกที่ 4 ให้กับ ลิเวอร์พูล โดย มั๊กซ์ เมเยอร์ ทำประตูตีตื้นให้กับ พาเลซ แต่ก็ไม่ทันเวลา จบเกมเจ้าบ้านเอาชนะไปด้วยสกอร์ 4-3 จากผลในนัดนี้นัดนี้ทำให้ ลิเวอร์พูล ทิ้งห่างแชมป์เก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกไปเป็น 7 คะแนน โดยทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะลงเล่นกับ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ที่ไม่มีผู้จัดการทีมในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้

คล็อปป์ ได้กล่าวถึงเกมนี้กับ BBC Sport ว่า” มันเป็นอะไรที่โล่งอกอย่างมาก เรารู้ว่ามีหลายเหตุผลที่เกมนี้จะเป็นเกมที่ค่อนข้างยาก พาเลซ นั้นเป็นทีมที่มักจะเล่นได้ดีเมื่อเจอกับเราและด้วยสภาพร่างกาย มันก็เป็นเรื่องที่ชัดเจนจากที่เราได้เห็นกันในครึ่งแรก”

“พวกเขามีเกมโต้กลับและลูกตั้งเตะที่ดี วิลฟรีด ซาฮา เป็นนักเตะระดับเวิลด์คลาส และเขาสามารถเอาชนะในสถานการณ์หนึ่งต่อหนึ่งได้ ซึ่งทำให้เราต้องโดนไล่ออกไป 1 คน แต่เราก็ต้องมองในแง่ดีว่าการโดนไล่ออกนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เราแค่ต้องการเอาชนะให้ได้ในครึ่งหลัง และเราก็ทำในสิ่งที่เราต้องทำสำเร็จ ผลการแข่งขันในนัดนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เราตอนนี้เรามี 60 คะแนนซึ่งมันเป็นอะไรที่บ้ามาก มันเป็นตัวเลขที่สำคัญ ผมรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมาก มีบางอย่างเกิดขึ้นในเกมนี้ซึ่งเราไม่ได้ต้องการมันเลย ตอนนี้เรามีผู้เล่นที่มีอาการบาดเจ็บและมีให้ใช้งานน้อยลงแต่เราก็ยังมีเวลาอีกนิดหน่อยที่จะทำการรักษาและฟื้นฟูนักเตะเหล่านั้น ให้กลับมาลงสนามได้” คล็อปป์ กล่าว

Share

โมนาโก เตรียมเปิดรับข้อเสนอจากทุกทาง

โมนาโกนับได้ว่าเป็นแหล่งรวมดาวรุ่งอีกหนึ่งทีมในช่วง 2-3 ฤดูกาลหลังสุด ยิ่งฤดูกาลที่แล้วพวกเค้าสามารถหักด่าน ปารีส รวมดาวดาราโลก ขึ้นไปเถลิงแชมป์ลีคได้อย่างไม่น่าเชื่อ ไหนจะผลงานในเกมยุโรปอีก แม้ว่าพวกเค้าจะขายดาราไปเยอะจนทำให้ปีนี้ฟอร์มดร็อปลงไปแต่ก็ยังมีนักเตะอีกหลายคนฉายแสงเจิดจรัสขึ้นมาจนทำให้หลายบิ๊กทีมในยุโรปต่างอยากได้ตัวมาร่วมงาน

ท่านประธานสโมสรของโมนาโก อย่าง วาดิม วาซิลเยฟ บอกว่าพวกเค้าพร้อมรับข้อเสนอการซื้อตัวนักเตะในสังกัดอย่าง โทมัส เลอมาร์แล้ว นักเตะคนนี้มีข่าวกับหลายทีมมากตอนแรกต้นสังกัดอย่างโมนาโกก็บอกว่าไม่ขาย ไม่ยอมเสียนักเตะคนนี้ไป แต่ตอนนี้เสียงอ่อยเสียแล้ว นักเตะคนนี้กำลังตกเป็นเป้าหมายของอาร์เซนอล และ ลิเวอร์พูล โดยเฉพาะกับลิเวอร์พูลอยากได้นักเตะคนนี้มากเพื่อไปแทนที่ คูตินโญ

สำหรับดีลนี้ท่านประธานแย้มไต๋มาว่าพวกเค้าต้องการ ค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 104 ล้านปอนด์เป็นอย่างน้อย หากอยากได้จริง ส่วนเลอมาร์เองเค้าเคยบอกกับแหล่งข่าวว่าเค้ารู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่ไม่ได้ไปเล่นพรีเมียร์ลีค(ดีลลิเวอร์พูลล่ม) ล่าสุดเจ้าตัวยังแบะท่าอยากไปเล่นต่างลีคด้วย เค้าให้สัมภาษณ์กับแหล่งข่าวว่า อนาคตของเค้า เค้าเปิดรับทุกสิ่ง เค้ารักที่จะเล่นต่างลีค ด้านผู้ซื้ออย่าง อาร์เซนอล แม้ว่าจะต้องการนักเตะคนนี้แต่หากเค้าได้นักเตะเป้าหมายอย่าง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล แล้วก็อาจจะไม่เอาคนนี้ก็เป็นได้

Share

วัดฟอร์ด – ลิเวอร์พูล

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันเสาร์ที่ 12 นี้ หงส์แดงเดินทางจากบ้านมาพบกับวัดฟอร์ด แมชในช่วงที่ผ่านมาทั้งคู่ทำผลงานได้ต่างกันราวฟ้ากับเหว สำหรับเจ้าบ้าน เล่นเอาสะสมสกอร์บอลแพ้เกือบ 80% เลยทีเดียว ส่วนทีมเยือนลิเวอร์พูล สามารถเก็บชัยชนะได้สูงถึง 80% ตรงกันข้ามแบบนี้คงไม่ต้องบอกแล้วล่ะว่าทีมไหนจะเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ในครั้งนี้ โปรแกรมบอลคืนนี้ เจ้าบ้านคงต้องแพ้อย่างไม่มีทางเลือกให้กับหงส์แดงอีกเช่นเคย เหมือนหลายๆแมชที่เคยโดนมา

วันที่ลงสนาม : 8/12/2017 18:30 วันเสาร์
ราคาฟุตบอลวันนี้ : -1
ผลการแข่งที่คาดไว้ : เจ้าบ้านแพ้ 2 ลูกแบบทิ้งห่าง โอกาสชนะมีเพียง 1% เท่านั้น

Share