คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวบอลมาใหม่

5 นักเตะที่ถูกปล่อยออกจากทีม แต่ต้องซื้อกลับมาด้วยราคาแสนแพง

บทความนี้จะเป็นเรื่องการย้ายทีมของนักเตะที่ย้ายออกจากทีมไป ไม่ว่าจะเป็นความตั้งใจของนักเตะเอง หรือการตัดสินใจของสโมสร ก่อนที่สุดท้ายแล้ว ทีมต้องเซ็นสัญญานักเตะกลับมาร่วมทีมอีกครั้ง เมื่อนักเตะทำผลงานออกมาได้ดีกว่าเดิม เมื่อเทียบกับตอนที่ปล่อยออกจากทีมไป และแน่นอนว่า เหมือนเป็นการเสียหน้าที่ทีม้องซื้อนักเตะกลับคืนมาด้วยค่าตัวที่มากกว่าเดิม

อันดับที่ 5 เนมานย่า มาติช – เชลซี

ดาวเตะชาวเซอร์เบียลงสนามให้กับเชลซี ในพรีเมียร์ลีกไปเพียง 2 เกมเท่านั้น ก่อนที่จะถูกนำไปแนบกับข้อเสนอในการเซ็นสัญญาดาวิด ลุยซ์ จากเบนฟิก้ามาร่วมทีม โดยค่าตัวของมาติชในเวลานั้น ถูกประเมินไว้เพียง 3 ล้านปอนด์ ก่อนที่นักเตะจะแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่จนเตะตาโชเซ่ มูรินโญ่ ทำให้ทีมในกรุงลอนดอนตัดสินใจเซ็นสัญญามาติชกลับไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 21 ล้านปอนด์

อันดับที่ 4 ดีเอโก้ คอสต้า – แอตเลติโก มาดริด

คอสต้า ถูกปล่อยออกมาให้เชลซี ด้วยค่าตัว 32 ล้านปอนด์ ลงเล่นให้กับทีมในเกาะอังกฤษ 4 ปี ช่วยทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ 2 สมัย โดยลงสนามในลีกไป 89 เกม ทำได้ 52 ประตู ถือเป็นสถิติที่โหดเอาเรื่อง ก่อนที่นักเตะจะไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของอันโตนิโอ คอนเต้ ในฤดูกาลสุดท้าย ซึ่งนักเตะก็แทบจะไม่มีส่วนร่วมกับทีม แต่แอตฯ มาดริด กลับต้องเจอกับปัญหา เมื่อทีมถูกแบนห้ามเซ็นสัญญากับนักเตะ ก่อนที่จะต้องตัดสินใจทุ่มเงินถึง 57 ล้านปอนด์ เพื่อดึงนักเตะกลับไปเล่นในสเปน ก่อนที่โทษแบนจะถูกบังคับใช้

อันดับที่ 3 เชส ฟาเบรกาส – บาร์เซโลน่า

อาร์เซน่อลจ่ายเงินให้กับบาร์เซโลน่าไปเพียง 3 ล้านปอนด์ เท่านั้นสำหรับการดึงตัวดาวเตะชาวสเปนไปยังกรุงลอนดอนตั้งแต่ช่วงที่เป็นดาวรุ่งวัย 16 ปี ก่อนที่จะเริ่มพัฒนาการเล่นได้มากมาย กับภายใต้การคุมทีมของอาร์แซน เวนเกอร์ จนกลายเป็นกัปตันทีมที่มีอายุน้อยที่สุดของทีม และก็ถูกซื้อตัวกลับไปในปี 2011 ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์

อันดับที่ 2 มัตส์ ฮุมเมิ่ลส์ – บาเยิร์น มิวนิค

ฮุมเมิ่ลส์ ถูกปล่อยออกมาให้โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยืมตัว และขายขาดในปี 2008 ด้วยค่าตัวเพียง 4 ล้านปอนด์ เมื่อไม่เชื่อนักเตะวัย 19 ปี ในเวลานั้น จะขึ้นมาเป็นกองหลังระดับโลกได้ โดยกองหลังชาวเยอรมันช่วยดอร์ทมุนด์คว้าแชมป์บุนเดสลีกาได้ 2 สมัย ก่อนที่จะถูกดึงตัวกลับไปยังอัลลิอันซ์ อารีน่า ด้วยค่าตัว 31.5 ล้านปอนด์

อันดับที่ 1 ปอล ป็อกบา – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ป็อกบา ถูกยูเวนตุสเซ็นสัญญาไปร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัวในปี 2012 ในช่วงที่นักเตะกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นการค้าแข้งนักฟุตบอลอาชีพ เมื่อมิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสไม่ได้รับโอกาสลงสนามจากเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มากนัก จนทำให้ย้ายไปยังกรุงตูรินได้สำเร็จ และนักเตะพัฒนาการเล่นได้อย่างก้าวกระโดด จนทำให้แมนฯ ยูไนเต็ดต้องตัดสินใจทุ่มเงิน 89 ล้านปอนด์ ในการดึงนักเตะกลับมายังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดอีกครั้ง

Share

5 แข้งสิงห์ที่ควรจะถูกโล๊ะออกจากทีมในซัมเมอร์นี้

หาก เชลซี คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ในนัดชิงชนะเลิศ ที่พบกับ อาร์เซน่อล ในคืนวันเสาร์นี้ได้ จะนับเป็นความสำเร็จสำหรับการคุมทีมฤดูกาลแรกของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด แต่หากทีมพลาดแชมป์รายการนี้ จึงทำให้ทีมต้องมองถึงการเสริมทัพนักเตะเพิ่มเติมต่อไป โดยทีมจะได้เข้าร่วมการแข่งขันยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้า เมื่อทีมจบในอันดับที่ 4 ของตารางคะแนน

เชลซีเซ็นสัญญา ติโม แวร์เนอร์ และ ฮาคิม ซีเย็ค มาร่วมทีมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยแลมพาร์ดยังตามล่าไค ฮาเวิร์ตซ์, เบน ชิลเวลล์ และผู้รักษาประตูรายใหม่ที่จะถูกดึงตัวมาร่วมทีมเพิ่มเติมในช่วงซัมเมอร์ แต่บทความนี้จะมองถึงการปล่อยนักเตะที่เป็นปัญหาออกจากทีม หากต้องการแก้ปัญหาให้ตรงจุด

เกป้า อาร์รีซาบาลาก้า

เกป้า อาร์รีซาบาลาก้า ดีกรีผู้รักษาประตูที่มีค่าตัวสูงที่สุดในโลก หลังย้ายจากแอธเลติก บิลเบา มาร่วมทีมในปี 2018 ด้วยค่าตัว 72 ล้านปอนด์ แต่ผลงานในฤดูกาลนี้กลับทำได้อย่างน่าผิดหวัง เมื่อมีเปอร์เซ็นต์เซฟได้เพียง 54.7 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ในขณะที่การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก แม้ทีมจะจบในอันดับที่ 4 แต่ทีมก็เสียประตูมากที่สุดใน 10 อันดับแรก จึงไม่น่าแปลกใจที่เชลซีเป็นข่าวกับผู้รักษาประตูอยู่หลายคน

อันโตนิโอ รูดิเกอร์

แม้กองหลังชาวเยอรมันดูจะเป็นตัวหลักในการลงสนามให้กับทีมในฤดูกาลนี้ และทำผลงานออกมาได้โดดเด่นที่สุดในตำแหน่งกองหลังตัวกลาง แต่เหมือนฝีเท้าของนักเตะจะไปไม่สุด เมื่อมักจะสร้างความผิดพลาดออกมาให้เห็นอยู่เป็นระยะ แต่คงฝากความหวังที่ตัวนักเตะไม่ได้มาก

อันเดรส คริสเตนเซ่น

คริสเตนเซ่น ถูกคาดหวังกับฟอร์มการเล่นมากมาย แต่เหมือนฟอร์มการเล่นของนักเตะกลับไม่ได้ทำออกมาได้อย่างโดดเด่น หากต้องนำไปเทียบกับเวอร์จิล ฟาน ไดค์ หรืออายเมริค ลาปอร์ต จึงมองว่าเป็นเรื่องยากสำหรับการยกระดับทีม เพื่อขึ้นไปท้าทายกับสองทีมใหญ่ของหัวตารางคะแนน

มาร์กอส อลอนโซ่

กับความสนใจของแลมพาร์ด ที่มีต่อตัวเบน ชิลเวลล์ ของเลสเตอร์ ซิตี้ เป็นสิ่งที่บ่งบอกได้อย้างชัดเจนเลยว่า อลอนโซ่ไม่สามารถสร้างความประทับใจได้ และก็ยังมีส่วนกับการเล่นเกมรับ เมื่อต้องเจอกับจังหวะสวนกลับ และอนาคตก็คงไม่แตกต่างกับเอเมอร์สัน พัลเมรี่ อีกหนึ่งแบ็คซ้ายของทีม

จอร์จินโญ่

แม้จอร์จินโญ่จะลงสนามเป็นตัวหลักให้กับทีมมาตลอด แต่แลมพาร์ด เลือกไม่ใช้งานนักเตะในฤดูกาลนี้ โดยเฉพาะนับตั้งแต่ฟุตบอลกลับมาแข่งขันอีกครั้งในเดือนมิถุนายน และยิ่งเมาริซิโอ ซาร์รี่ ต้องการดึงตัวจอร์จินโญ่ไปยังยูเวนตุสด้วย แม้ผลงานที่กองกลางชาวอิตาลีจะทำออกมาได้ดี แต่สุดท้ายเมื่อไม่ได้เป็นนักเตะคนโปรดของแลมพาร์ด ทำให้เลี่ยงไม่ได้ที่นักเตะจะต้องย้ายออกไป

Share

เทอร์รี่ คือสิ่งที่ เชลซี ขาดหายไปในเวลานี้

กับความพ่ายแพ้ของ เชลซี ในเกมลอนดอน ดาร์บี้ ที่บุกไปเยือน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ด้วยสกอร์ 3-2 แม้ตำแหน่งอันดับที่ 4 จะไม่เปลี่ยนแปลง แต่เมื่อมองถึงสถานการณ์ในปัจจุบัน ถือว่าต้องลุ้นอย่างหนักเหมือนกัน เมื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อันดับที่ 5 และ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส อันดับที่ 6 ตามหลังมาเหลือเพียง 2 คะแนนเท่านั้น และเหลือเกมให้ลงเล่นอีกเพียง 6 เกม

กับความพ่ายแพ้ในเกมนี้ สำหรับทีมของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ถือว่าเสียหายเหมือนกัน ทั้งที่ทีมขึ้นนำได้ก่อนจากจุดโทษของ วิลเลี่ยน แม้ทีมจะถูกพลิกนำ 2-1 แต่ทีมก็ยังตามตีเสมอได้จากกองกลางหัวฟูคนเดิม และโมเมนตั้มในเวลานั้นกำลังเข้าทางสิงห์บลูอย่างชัดเจน เมื่อทีมมีโอกาสบุก และหวังทำประตูหลายครั้ง แต่ทีมกลับเสียบอล และต้องเจอกับเกมสวนกลับ พร้อมกับความเฉียบคมของอันเดรย์ ยาร์โมเลนโก้ จนไม่สามารถเก็บคะแนนกลับบ้านได้

เกล็นน์ ฮ็อดเดิ้ล อดีตกุนซือทีมชาติอังกฤษ และเชลซี แสดงความคิดเห็นในเกมนี้ว่า เป็นเพราะทีมของแลมพาร์ดขาดนักเตะที่เป็นผู้นำในเกมรับที่เหมือนกับจอห์น เทอร์รี่ จึงทำให้ทีมต้องพบกับความพ่ายแพ้ เมื่ออันโตนิโอ รูดิเกอร์ และอันเดรส คริสเตนเซ่น เป็นสองนักเตะที่ลงลเนในตำแหน่งกองหลังตัวกลาง

ฮ็อดเดิ้ล กล่าวว่า “พวกเขามีงานมากมายที่ต้องทำเพื่อให้ทีมเข้าไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก พวกเขายังทำผลงานในเอฟเอ คัพ ได้ดี แฟร้งค์ต้องการให้ทุกคนไปให้สุดท้าย และคว้าแชมป์ให้ได้ ดังนั้น เขาต้องจัดการกับทีม สำหรับผม มันง่ายๆ เลย ถ้าคุณไม่สามารถทำประตูได้ ไม่สามารถสร้างโอกาสในการทำประตูได้ มันเป็นความกังวลของผู้จัดการทีม แต่เขาก็มีนักเตะมากมายในเวลานี้ แม้ผมจะไม่รู้ว่าทีมที่ดีที่สุดของเขาในฤดูกาลหน้ามันจะเป็นอย่างไร และเขาก็ยังต้องการสิ่งต่างๆ อีกมากมาย”

“เขาต้องมองหาดูและคิดว่า ‘พวกเราจะมองหานักเตะแบบจอห์น เทอร์รี่ ได้อย่างไร?’ มันไม่ง่ายเลย กับนักเตะในเกมรับที่มีประสบการณ์ และเข้ามาจัดการเกมรับให้มันถูกต้อง กับการจัดระเบียบเพื่อนร่วมทีม พวกเขาต้องจัดระเบียบให้ดีเมื่อพวกเขาเล่นเกมรุก มันต้องมีบางคนที่คนสั่งการคนรอบข้าง เมื่อพวกเขาถูกตัดบอลในช่วงครึ่งสนาม และพวกเขาก็เสียประตู พวกเขาต้องมีนักเตะแบบนั้น ซึ่งมันก็ไม่ง่ายที่จะหามาด้วยเช่นเดียวกัน”

เกมถัดไปของเชลซีคือการเปิดบ้านพบกับวัตฟอร์ด ในคืนวันเสาร์นี้

Share

แข้งบาร์ซ่าคนไหนที่มีโอกาสถูกขาย เพื่อ มาร์ตีเนซ

บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่ของสเปน เป็นข่าวอย่างหนักตลอดเดือนที่ผ่านมา สำหรับการเซ็นสัญญา เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ กองหน้าของ อินเตอร์ มิลาน ไปร่วมทีม โดยวางเป็นตัวตายตัวแทนของ หลุยส์ ซัวเรซ ในระยะยาว หลังดาวยิงชาวออุรุกวัยอายุ 33 ปี ในตอนนี้ และมีสัญญาอยู่กับทีมจนถึงปี 2021 เท่านั้น

แต่อินเตอร์ยืนกรานถึงความมุ่งมั่นในการเก็บนักเตะให้อยู่ในถิ่นซาน ซิโร่ ต่อไปในฤดูกาลหน้า ยกเว้นมาร์ตีเนซจะถูกฉีกสัญญาเท่านั้นถึงจะทำให้การย้ายทีมเกิดขึ้นได้ โดยค่าฉีกสัญญาของนักเตะมีอยู่ 111 ล้านยูโรด้วยกัน แต่ด้วยสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน ทำให้หลายทีมได้รับผลกระทบทางด้านการเงิน รวมถึงบาร์ซ่าด้วย เมื่อไม่มีรายได้จากเกมการแข่งขัน และค่าตั๋วจากแฟนบอลที่จะเข้าชมสนาม และก็มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องไปตลอดปีนี้

บาร์ซ่าต้องพยายามอย่างหนักในการระดมทุนเพื่อหาเงินเข้ามาสู่สโมสร และนำไปเซ็นสัญญามาร์ตีเนซ โดยเนลสัน เซเมโด้ เป็นนักเตะรายแรกๆ ที่มีโอกาสย้ายออกจากคัมป์ นู รวมถึงนักเตะอีกหลายคนในทีม แต่จะไม่ใช่ลีโอเนล เมสซี่, มาร์ก อันเดร แตร์ สเตเก้น และแฟร้งกี้ เดอ ยอง

อุสมาน เดมเบเล่, อองตวน กรีซมันน์ และฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เป็นรายชื่อนักเตะที่ย้ายมาร่วมทีมด้วยเงินก้อนโต แต่มีปัญหาเรื่องการสร้างความประทับใจให้กับทีม หลังยังไม่สามารถโชว์ฟอร์มที่ดีที่สุดออกมาได้ แต่ก็เป็นเรื่องยากพอสมควร เมื่อทีมลงทุนกับนักเตะไปด้วยเงินมากมาย ในขณะที่เนย์มาร์ กองหน้าของปารีส แซงต์ แชร์กแมง ยังเป็นนักเตะอีกคนที่มีโอกาสจะถูกดึงกลับมาร่วมทีมอีกครั้ง ในขณะที่ค่าตัวของนักเตะถูกประเมินอยู่ที่ 150 ล้านยูโร

ซามูเอล อูมติตี้ กองหลังชาวฝรั่งเศสยังเป็นอีกหนึ่งคนที่เพิ่งจะเป็นข่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนักเตะยังได้รับความสนใจจากอาร์เซน่อล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และปารีส แซงต์ แชร์กแมง ซึ่งจะทำให้ทีมได้เงินจำนวนหนึ่งเข้าไปสู่สโมสร

มาร์ค คูคูเรลล่า ที่ถูกปล่อยออกไปให้เกตาเฟ่ยืมตัวในฤดูกาลนี้ และมีโอกาสสูงที่จะย้ายทีมอย่างถาวรด้วยค่าตัว 6 ล้านยูโร เช่นเดียวกับฌอง แคลร์ โตดิโบ้ ที่ถูกปล่อยออกไปให้ชาลเก้ 04 ยืมตัว โดยนักเตะถูกประเมินค่าตัวอยู่ที่ 25 ล้านยูโร

จูเนียร์ ฟีร์โป แบ็คขวาของทีมก็อยู่ในเครือข่ายที่จะได้รับอนุญาตในการปล่อยออกจากทีมด้วย แม้เพิ่งจะย้ายจากเรอัล เบติสมาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ในขณะที่อาร์ตูโร่ วิดัล และอิวาน ราคิติช สองกองกลางวัยเก๋าของทีมยังเป็นข่าวกับการย้ายออกจากทีม แต่นักเตะได้ออกมายืนยันว่า ต้องการลงเล่นให้กับทีมต่อไปในฤดูกาลหน้า

มาร์ติน เบรธเวต กองหน้าที่เพิ่งจะย้ายจากเลกาเนสมาร่วมทีมในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังทีมปัญหาเรื่องนักเตะในแนวรุกบาดเจ็บ แต่ด้วยการระบาดของไวรัส ทำให้ซัวเรซ และเดมเบเล่ พร้อมกลับมาลงสนามให้กับทีมได้ ซึ่งอาจจะส่งผลเสียต่อเบรธเวต และน่าจะถูกปล่อยออกจากทีมไป

Share

ตลาดนักเตะในช่วงซัมเมอร์ 2020 จะเป็นอย่างไร หลังโควิด-19 ระบาด

ความเป็นไปได้ของ ตลาดซื้อขายนักเตะ

การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน ทำให้เกมการแข่งขันฟุตบอลหลายลีกทั่วโลกต้องถูกเลื่อนออกไป และแน่นอนว่า จะกระทบตลาดซื้อขายนักเตะด้วยเช่นเดียวกัน ถ้าหากการแข่งขันของหลายลีกต้องเลยกว่าโปรแกรมที่กำหนดเอาไว้

ฟีฟ่า ได้ประกาศเลื่อนเกมการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป และโคปา อเมริกา ไปเป็นปีหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้จะมีประเด็นในเรื่องของธุรกิจ และการโปรโมทการแข่งขัน

หลายสโมสรยังได้รับผลกระทบทางด้านการเงิน หลังไม่มีเกมการแข่งขัน จนทำให้ลายสโมสรต้องลดค่าเหนื่อยของนักเตะ และเจ้าหน้าที่ของสโมสร ในขณะที่ฟีฟ่า ก็ออกมายอมรับถึงการพิจารณาในการเปลี่ยนแปลงช่วงเวลาของตลาดซื้อขายนักเตะ โดยบทความนี้จะมองไปยัง 5 ลีกใหญ่ของยุโรป อย่าง พรีเมียร์ลีก, ลาลีกา, เซเรียอา, ลีกเอิง และบุนเดสลีกา

ตลาดซื้อขายนักเตะของแต่ละประเทศในช่วงที่ผ่านมา ยังมีความแตกต่างกันพอสมควร โดยบทความนี้จะมาดูถึงความเป็นไปได้ กับตลาดซื้อขายซัมเมอร์ที่จะถึงนี้ หลังหลายลีกมีโอกาสที่จะกลับมาแข่งขันกันอีกครั้ง

ความเป็นไปได้ของ ตลาดซื้อขายนักเตะ

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ตลาดของฟุตบอลอังกฤษ ตัดสินใจกลับมาเปิดวันที่ 10 มิถุนายน และปิดในวันที่ 1 กันยายน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังซัมเมอร์ล่าสุด ตลาดปิดก่อนการแข่งขันเกมแรกจะเริ่มต้นขึ้น แต่ด้วยความเสียเปรียบ ทำให้ตัดสินใจกลับมาใช้แบบเดิม โดยตอนนี้ การแข่งขันถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด และจะไม่แข่งขันกันภายในเดือนพฤษภาคมนี้แน่นอน ทำให้มีความเป็นไปได้สูง เมื่อตลาดซื้อขายนักเตะจะเลยออกไปแน่นอน แม้ทีมในพรีเมียร์ลีก จะเหลือการแข่งขันราวๆ 9-11 เกม

ลาลีกา สเปน

ตลาดของฟุตบอลสเปน เปิดวันที่ 1 กรกฎาคม ปิดวันที่ 1 กันยายน แต่หลายสโมสรในสเปน จะกลับมาซ้อมกันในวันที่ 14-15 หลังรัฐบาลสเปนเริ่มออกมาตรการผ่อนปรน และมีความเป็นไปได้ที่จะแข่งขันลีกจบก่อนฟุตบอลอังกฤษแน่ โดยลาลีกา เหลือให้ลงเล่นอีก 11 เกม

เซเรียอา อิตาลี

วันที่ 1 กรกฎาคม ถึงวันที่ 2 กันยายน คือตลาดซื้อขายนักเตะเดิมของอิตาลี แต่ประเทศอิตาลี เจอกับการระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างหนัก ก่อนที่จะมีการยืนยันออกมาแล้วว่า จะไม่มีเกมการแข่งขันอย่างน้อยวันที่ 3 พฤษภาคม หากฟุตบอลได้รับอนุญาตในการแข่งขัน ทำให้มีความเป็นไปได้ที่จะแข่งขันกันจบลงในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม กับการเหลือเกมการแข่งขันอีก 12 เกม

บุนเดสลีกา เยอรมัน

ตลาดซื้อขายนักเตะของเยอรมัน จะเปิดวันที่ 1 กรกฎาคม จนถึงวัน 31 สิงหาคม แต่ประเทศเยอรมัน เจอกับสถานการณ์ และการรับมือที่ดี ก่อนที่หลายทีมจะกลับมาซ้อมในสัปดาห์นี้ ทำให้มีความเป็นไปได้ที่การแข่งขันจะจบลงก่อนลีกอื่นๆ หลังเหลือเกมการแข่งขันอีก 9 เกม และอาจจะไม่เปลี่ยนแปลงตลาดซื้อขาย

ลีกเอิง ฝรั่งเศส

ตลาดซื้อขายนักเตะของฝรั่งเศส จะเปิดขึ้นวันที่ 10 มิถุนายน และปิดในวันที่ 1 กันยายน กับมาตรการล็อคดาวน์ในประเทศฝรั่งเศส ยังมีอย่างต่อเนื่อง และอาจจะต้องเลื่อนเกมการแข่งขันออกจนถึงเดือนพฤษภาคมเป็นอย่างน้อย กับเกมการแข่งขันที่เหลืออีก 10 เกม กับช่วงเวลา 5 สัปดาห์ อาจจะมีความเป็นไปได้ที่ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงช่วงเวลาของตลาด

ตลาดนักเตะในช่วงซัมเมอร์ 2020 จะเป็นอย่างไร หลังโควิด-19 ระบาด

Share

รู้จัก บาเยิร์น มิวนิค ทัพเสือใต้เบอร์ 1 ของบุนเดสลีก้า

บาเยิร์น มิวนิค (FC Bayern Munich) ชื่อเต็ม (Football Club Bayern Munchen) หรือรู้จักกันในนามฉายาว่า “เสือใต้” ตั้งอยู่ในเมืองนครมิวนิค รัฐไบเอิร์น หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า บาวาเรียมิวนิก หรือ ไบเอิร์นมึนเชิน โดยทีมก่อตั้งขึ้นในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1900 ต่อมาในปี ค.ศ. 2005-06 ทีมได้ใช้สนาม อัลลิอันซ์ อารีน่า เป็นสนามเหย้าของตัวเอง สามารถรองรับแฟนบอลได้ถึง 75,000 ที่นั่ง ส่วนสีประจำสโมสร คือ สีแดงและสีขาว แล้วทีมก็มีหน่วยงานด้านกีอื่นๆ อีก อาทิ เช่น หมากรุก, แฮนด์บอล, ยิมนาสติก, โบว์ลิ่ง, ปิงปอง, ผู้ตัดสินและทีมฟุตบอลอาวุโส เป็นต้น โดยมี คาร์ล ไฮน์ รุมมินิเก้ เป็นเจ้าของสโมสร และมี คาร์ล ไฮนซ์ รุมเมนิกเก้ เป็นประธานสโมสร
ปัจจุบันสโมสรมี ฮันส์ ดีเตอร์ ฟลิค (Hans-Dieter Flick) เป็นผู้จัดการทีม บาเยิร์น มิวนิค คือหนึ่งในสโมสรของประเทศเยอรมนี ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด เพราะทีมสามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศ หรือ “บุนเดสลีก้า” ได้ 29 สมัย , แชมป์ยูโรเปี้ยนคัพ หรือ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 5 สมัย , แชมป์สโมสรโลก 3 สมัย , แชมป์คัพวินเนอร์คัพ 1 สมัย และแชมป์ ยูฟ่าคัพ อีก 1 สมัย

เกียรติประวัติแชมป์ของ บาเยิร์น มิวนิค หรือ “เสือใต้”

ระดับโลก แชมป์ฟีฟ่าคลับเวิล์ดคัฟ หรือ แชมป์สโมสรโลก 3 สมัย : 1976, 2001, 2013

ระดับทวีปยุโรป แชมป์ยูโรเปียนคัพ หรือ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก 5 สมัย : 1973–1974, 1974–1975, 1975–1976, 2000–2001, 2012–2013

แชมป์ยูฟ่าคัพหรือ ยูฟ่า ยูโรป้าลีก 1 สมัย : 1995–1996

แชมป์ยูฟ่าคัฟวินเนอร์สคัฟ 1 สมัย : 1966–1967

ระดับประเทศ

แชมป์บุนเดสลีก้า 29 สมัย : 1931-32, 1968-69, 1971-72, 1972–73, 1973–74, 1979–80, 1980–81, 1984–85, 1985–86, 1986–87, 1988–89, 1989–90, 1993–94, 1996–97, 1998–99, 1999–2000, 2000–01, 2002–03, 2004–05, 2005–06, 2007–08, 2009–10, 2012-13, 2013-14, 2014-15, 2015-16, 2016-17, 2017-18, 2018-19
แชมป์เดเอฟเบ โพคาล 19 สมัย : 1957, 1966, 1967, 1969, 1971, 1982, 1984, 1986, 1998, 2000, 2003, 2005, 2006, 2008, 2010, 2012, 2013, 2015, 2019
แชมป์เดเอฟเบ ลีกา โพคาล 6 สมัย : 1997, 1998, 1999, 2000, 2004, 2007
แชมป์เดเอฟแอล ซูเปอร์คัฟ 5 สมัย : 1982, 1987, 1990, 2010, 2012

สถิติสโมสร

ผู้เล่นที่ลงเล่นให้กับสโมสรมากที่สุด : เซพพ์ ไมเออร์ (536 นัด)
ผู้เล่นที่ทำประตูมากที่สุด : แกร์ฮาร์ท “แกร์ท” มึลเลอร์ (398 ประตู)
ชนะมากที่สุด : บาเยิร์น มิวนิค 11-1 ดอร์ทมุนด์ ( 27 พฤศจิกายน 1971 ในรายการบุนเดสลีก้า)
แพ้มากที่สุด : บาเยิร์น มิวนิค 0-7 ชาลเก้ 04 ( 7 ตุลาคม 1976 ในรายการบุนเดสลีก้า)

ผู้เล่นที่มีชื่อเสียงต่อสโมสร

ปี ค.ศ. 1964-1977 : ฟรันทซ์ อันโทน เบ็คเคินเบาเออร์ : กองหลัง ลงเล่น 427 นัด , ทำได้ 60 ประตู
ปี ค.ศ. 1964-1979 : แกร์ฮาร์ท “แกร์ท” มึลเลอร์ : กองหน้า ลงเล่น 453 นัด , ทำได้ 398 ประตู
ปี ค.ศ. 1970-1979 : อูลี่ เฮอเนส : กองหน้า : ลงเล่น 239 นัด , ทำได้ 86 ประตู
ปี ค.ศ. 1962-1979 : เซพพ์ ไมเออร์ : ผู้รักษาประตู : ลงเล่น 536 นัด , ไม่สามารถทำประตูได้
ปี ค.ศ. 1966-1981 : ฮันส์ กอร์ก ซวาร์เซนเบค : กองหลัง : ลงเล่น 416 นัด , ทำได้ 21 ประตู
ปี ค.ศ. 1970-1974,1978-1983 : พอล ไบรท์เนอร์ : กองกลาง : ลงเล่น 255 นัด , ทำได้ 83 ประตู
ปี ค.ศ. 1974-1984 : คาร์ล ไฮนซ์ รุมเมนิกเก้ : กองหน้า : ลงเล่น 310 นัด , ทำได้ 162 ประตู
ปี ค.ศ. 1979-1987 : ดีเตอร์ เฮอเนส : กองหน้า : ลงเล่น 224 นัด , ทำได้ 102 ประตู
ปี ค.ศ. 1975-1991 : เคลาส์ ออเกนธาเลอร์ : กองหลัง : ลงเล่น 404 นัด , ทำได้ 52 ประตู
ปี ค.ศ. 1984-1993 :โรแลนด์ โวฮ์ฟาร์ธ : กองหน้า : ลงเล่น 254 นัด , ทำได้ 119 ประตู
ปี ค.ศ. 1984-1988,1992-2000 : โลธ่าร์ มัทเธอุส : กองหลังกับกองกลาง , ลงเล่น 302 นัด , ทำได้ 85 ประตู
ปี ค.ศ. 1990-1992,1998-2002 : สเตฟาน เอฟเฟ่นแบร์ก : กองกลาง : ลงเล่น 160 นัด , ทำได้ 35 ประตู
ปี ค.ศ. 1994-2008 : โอลิเวอร์ คาห์น : ผู้รักษาประตู : ลงเล่น 429 นัด , ไม่สามารถทำประตูได้
ปี ค.ศ. 1992-2007 : เมห์เม็ต โชล : กองกลาง : ลงเล่น 334 นัด , ทำได้ 87 ประตู
ปี ค.ศ. 1997-2004,2005-2006 : บิเซนเต้ ลิซาราซู : กองหลัง : ลงเล่น 182 นัด , ทำได้ 7 ประตู
ปี ค.ศ. 1997-2003 : จิโอวานนี่ เอลแบร์ : กองหน้า : ลงเล่น 169 นัด , ทำได้ 92 ประตู
ปี ค.ศ. 2002-2017 : ฟิลิปป์ ลาห์ม : กองหลัง : ลงเล่น 332 นัด , ทำได้ 12 ประตู

สปอนเซอร์หลักของสโมสรในแต่ละปี

ในปี ค.ศ. 1974-1978 : ผู้ผลิตชุด Adidas
สปอนเซอร์หน้าอกของ Adidas
ในปี ค.ศ. 1978-1981 : ผู้ผลิตชุด Adidas
สปอนเซอร์หน้าอกของ Magirus Deutz
ในปี ค.ศ. 1981-1984 : ผู้ผลิตชุด Adidas
สปอนเซอร์หน้าอกของ Iveco Magirus
ในปี ค.ศ. 1984-1989 : ผู้ผลิตชุด Adidas
สปอนเซอร์หน้าอกของ Commodore
ในปี ค.ศ. 1989-2002 : ผู้ผลิตชุด Adidas
สปอนเซอร์หน้าอกของ Opel
ในปี ค.ศ. 2002-ปัจจุบัน : ผู้ผลิตชุด Adidas
สปอนเซอร์หน้าอกของ Deutsche Telekom
สปอนเซอร์แขนของ Hamad Airport ในปี ค.ศ. 2017–2018
สปอนเซอร์แขนของ Qatar Airways ในปี ค.ศ. 2018-ปัจจุบัน

กัปตันทีม ตั้งแต่ปี 1965 ถึงปัจจุบัน

ปี ค.ศ. 1965-1965 : (DF) Adolf Kunstwadl
ปี ค.ศ. 1965–1970 : (DF) Werner Olk
ปี ค.ศ. 1970–1977 : (DF) Franz Beckenbauer
ปี ค.ศ. 1977–1979 : (GK) Sepp Maier
ปี ค.ศ. 1979-1979 : (FW) Gerd Muller
ปี ค.ศ. 1979–1980 : (DF) Georg Schwarzenbeck
ปี ค.ศ. 1980–1983 : (MF) Paul Breitner
ปี ค.ศ. 1983–1984 : (FW) Karl Heinz Rummenigge
ปี ค.ศ. 1984–1991 : (DF) Klaus Augenthaler
ปี ค.ศ. 1991–1994 : (GK) Raimond Aumann
ปี ค.ศ. 1994–1997 : (MF/DF) Lothar Matthaus
ปี ค.ศ. 1997–1999 : (DF) Thomas Helmer
ปี ค.ศ. 1999–2002 : (MF) Stefan Effenberg
ปี ค.ศ. 2002–2008 : (GK) Oliver Kahn
ปี ค.ศ. 2008–2011 : (MF) Mark van Bommel
ปี ค.ศ. 2011–2017 : (DF) Philipp Lahm
ปี ค.ศ. 2017-ปัจจุบัน : (GK) Manuel Neuer

ผู้จัดการทีม ตั้งแต่ปี 1963 ถึงปัจจุบัน

ปี ค.ศ. 1963 : Zlatko Cajkovski
ปี ค.ศ. 1968 : Branko Zebec
ปี ค.ศ. 1970 : Udo Lattek
ปี ค.ศ. 1975 : Dettmar Cramer
ปี ค.ศ. 1977 : Gyula Lorant
ปี ค.ศ. 1979 : Pal Csernai
ปี ค.ศ. 1983 : Reinhard Saftig คุมทีมชั่วคราว
ปี ค.ศ. 1983 : Udo Lattek
ปี ค.ศ. 1987 : Jupp Heynckes
ปี ค.ศ. 1991 : Soren Lerby
ปี ค.ศ. 1992 : Erich Ribbeck
ปี ค.ศ. 1993 : Franz Beckenbauer คุมทีมชั่วคราว
ปี ค.ศ. 1994 : Giovanni Trapattoni
ปี ค.ศ. 1995 : Otto Rehhagel
ปี ค.ศ. 1996 : Franz Beckenbauer
ปี ค.ศ. 1996 : Giovanni Trapattoni
ปี ค.ศ. 1998 : Ottmar Hitzfeld
ปี ค.ศ. 2004 : Felix Magath
ปี ค.ศ. 2007 : Ottmar Hitzfeld
ปี ค.ศ. 2008 : Jurgen Klinsmann
ปี ค.ศ. 2009 : Jupp Heynckes คุมทีมชั่วคราว
ปี ค.ศ. 2009 : Louis van Gaal
ปี ค.ศ. 2011 : Andries Jonker คุมทีมชั่วคราว
ปี ค.ศ. 2011 : Jupp Heynckes
ปี ค.ศ. 2013 : Pep Guardiola
ปี ค.ศ. 2016 : Carlo Ancelotti
ปี ค.ศ. 2017 : Willy Sagnol คุมทีมชั่วคราว
ปี ค.ศ. 2017 : Jupp Heynckes
ปี ค.ศ. 2018 : Niko Kovac
ปี ค.ศ. 2019-ปัจจุบัน : Hansi Flick

Share

หัวเพลิงยังหนุน ผีแดง คว้า บรูโน่

พอล สโคคล์ อดีตกองกลางหัวเพลิงของ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงออกโร่งสนับสนุน อดีตต้นสังกัดในการทุ่มเงินคว้าตัวปิดดิล บรูโน่ แฟร์นันเดส กองกลาง 48 ชม.ของ สโมสรสปอร์สติ้ง ลิสบอน มาร่วมทัพให้ได้เพื่อยกระดับแผงกองกลางของทีมให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่นี้

“มันเริ่มจะไม่แน่นอนเสียแล้ว กับผลงานของทีมที่ยังหาความแน่นอนไม่เจอเลย ผลงานดุมๆดอนๆ จะดีก็ดี จะไม่ดีก็ไม่ดี ผมว่ามันบ่อยจนเกินไป”

“ผลงานของทีมอย่างนี้ มันยิ่งตรอกย้ำให้ทาง โซชชา ต้องการะตุ้นบอร์ดกล้าทุ่มซื้อนักเตะได้แล้ว อย่างในกรณีของ บรูโน่ พวกเขาต้องการที่จะจ่ายเงินเพื่ม เมื่อเห็นผลงานทีมแย่ขนาดนี้ ”

“ซึ่งมันก็เป็นในแนวทางที่ว่ายิ่งเร็วยิ่งดี บางทีปิดดิลวันนี้เลยได้ก็ดี เพราะมันไม่แน่หรอกที่เขาจะเจอปัญหานักเตะคนไหนบาดเจ็บลงไปอีก”

“ลองคิดดูนะ หากสโมสรไม่ช่วยเขาหานักเตะใหม่เข้ามา แล้วโซลชา จะต้องเจอกับนักเตะบาดเจ็บเพิ่มขึ้นอีก และยังต้องใช้งานนักที่เหลืออยู่ คุณว่ามันจะออกมาแบบไหน” สโคคล์กล่าวกับสื่อ

Share

บาเยิร์น สนดาวรุ่งรีล มาดริด !!

ตามรายงานของบุนเดสลีกา เยอรมัน บาเยิร์น มิวนิค เตรียมแผนป้องกันแชมป์ลีกของพวกเขา โดยติดต่อสอบถามไปยัง รีล มาริด เพื่อสอบถามถึงความเป็นไปได้ในการคว้าตัว แบ็คซ้ายดาวรุ่งของทีม ที่ปล่อยให้ทาง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยืมใช้งานอยู่ในเวลานี้

มาร์ก้า สื่อในเยอรมันได้ออกมาระบุบว่า ทาง บาเยิร์น มิวนิค มีความกระตือรือร้นในการเซ็นสัญญากับ ฮาคิมิ หลังประทับใจฟอร์มอันยอดเยี่ยมของ แบ็ควัย 21 ปีรายในเกมที่พบกับเจอกับ ดอร์ทมุนด์ นัดล่าสุด

ถึงแม้ว่าตำแหน่งจริงๆของเขาจะเป็นทางฝั่งซ้าย แต่เมื่อถูกทาง ลูเซียน ฟาฟร์ กุนซือดอร์ทมุนด์ จับมาเล่นฝั่งขวา ก็ไม่มีปัญหาอะไรกับเขา รวมไปถึงการขึ้นไปเป็นกองกลางในบ้านครั้งก็ทำผลงานได้ดี จนไปสะดุดตาทีมงานบาเยิร์น มิวนิค ที่ต้องการถ่ายสายเลือดใหม่ในเวลานี้อีกด้วย

ในขณะเดียวกันก็มีรายงานว่า โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เองก็ยังมีความต้องการเซ้นสัญญาถาวรกับทาง อัชราฟ ฮาคิมี่ เช่นกันหลังเป็นตัวหลังของทีมอยู่ในเวลานี้ รวมไปถึงทางต้นสังกัดที่แท้จริงอย่าง รีล มาดริด ก็มีความคิดที่จะดึงตัว ฮาคิมี่ กลับไปใช้งานเช่นกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเจ้าตัวยังชั่งใจอยู่ไม่น้อยในการกลับไปยังถิ่น ซานเตียโก เบร์นาเบว เพราะในตำแหน่งของเขาก็ยังมีนักเตะอย่าง ดานิ การ์บาฆัล และ อัลบาโร โอดริโอโซลา ที่เป็นคู่แข่งในตำแหน่งรออยู่แล้วเช่นกัน

Share

อันเดรส อิเนียสต้า ผู้รอดชีวิตจากการเจิมของเปเล่

ไม่ว่าใครๆต่างก็รู้กันดีว่านักเตะระดับตำนานอย่างเปเล่ เป็นคนที่พูดอะไรมักจะออกมาตรงกันข้ามอยู่เสมอ เจิมใคร เจิมทีมไหน ส่วนใหญ่มีอันเป็นไปแทบจะทั้งหมดเลยทีเดียว ไม่งั้นลองดูที่ทีมชาติโคลอมเบีย หรือนักเตะอย่าง เฟรดดี้ อาดู เป็นตัวอย่างก็ได้! แต่ว่านักเตะที่สามารถเอาตัวรอดจากปากของ เปเล่ ได้นั้น กลับกลายเป็นยอดจอมทัพทีมชาติสเปนชุดไร้เทียมทานที่ฝากผลงานในการเล่นเอาไว้มากมายอย่าง อันเดรส อิเนียสต้า มิดฟิลด์ตัวรุกชาวสเปนที่เป็นตำนานนักเตะของบาร์เซโลนา

เขาคือนักเตะที่เติบโตมาจากระบบทีมเยาวชน “ลา มาเซีย” อันมีชื่อเสียงของบาร์เซโลนา ในวัยเด็กของอิเนียสต้านั้น เขามีชื่อเสียงมากพอสมควรเลยทีเดียวในฐานะการเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกดาวรุ่ง และยังเป็นอนาคตของทีมชาติสเปนอีกด้วย ในเวลานั้น อิเนียสต้าเล่นให้กับทีมชาติสเปนชุดเล็กอยู่ในราวๆปี 2002 แล้วก็เริ่มมีชื่อผุดเข้าผุดออกกับทีมชุดใหญ่ของบาร์เซโลนาอีกด้วย และด้วยทักษะการเล่นของอิเนียสต้าที่แพรวพราว เพลินตา เลี้ยงบอลติดเท้าราวกับมีตะขอเกี่ยวบอลอยู่ที่เท้าทั้งสองข้าง มันเลยทำให้โคตรตำนานนักเตะบราซิลอย่าง เปเล่ ถึงขนาดว่าต้องอกมาเจิมกันเลยทีเดียว …

“เขาคือนักเตะที่จะก้าวขึ้นมาเป็นระดับโลกได้แน่นอน”

ใช่แล้ว ไม่ว่าใครก็ต้องเหวอกับการเจิมของเปเล่แน่นอน เพราะคำพูดของเปเล่ที่ผ่านมานั้น พูดอะไร ชมใคร มีอันต้องออกมาในทางตรงกันข้ามกันหมด ยิ่งถ้าหากว่ามันเป็นการชื่นชมนักเตะดาวรุ่ง มันคือการฆ่าพวกเขาทางอ้อมเลยทีเดียว จนมีแต่คนคิดว่าถ้าสู้จะให้เปเล่มาชม ให้เขาด่าหรือดูถูกมันยังจะดีซะกว่า แต่เหมือนกับว่าคำพูดของเปเล่ที่ชมในตัวของ อิเนียสต้า มันจะแมตช์กับชีวิตนักเตะของอิเนียสต้าอย่างยิ่ง ! เพราะหลังจากวันนั้นเป็นต้นมา มิดฟิลด์ตีนตะขอรายนี้ ที่มีหน้าตาเจี๋ยมจิ้มรายนี้ ค่อยๆแสดงศักยภาพออกมาเรื่อยๆจนกลายเป็นนักเตะระดับท๊อปของทีมบาร์เซโลนาเลยทีเดียว เขาค่อยๆคว้าแชมป์กับบาร์เซโลนาจากแชมป์ลาลีกา ก็ขยับไปได้ถ้วยแชมป์โคปา เดล เรย์ และถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก

โดยเฉพาะกับในยุคที่เป๊ป กวาดิโอลาร์ทำทีมนั้น เขาได้สัมผัสกับทุกแชมป์เลยทีเดียว และยังมีได้แชมป์ฟุตบอลโลก 2010 ที่ตัวของเขาเป็นคนยิงประตูชัยในนัดชิงชนะเลิศที่เจอกับทีมชาติฮอลแลนด์อีกด้วย และขาดไม่ได้กับแชมป์ยูโร 2008 กับ 2012 อีกด้วย ไม่เพียงแค่นั้น เขาได้มีชื่อเข้าชิงบัลลงดอร์อีกในปี 2010 เรียกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวของอิเนียสต้าที่ไปจนถึงจุดสูงสุดได้นั้นโดยที่ผ่านการโดนเจิมจากนักทำนายผลออกตรงกันขามตัวพ่ออย่าง เปเล่ มันคงจะทำให้ตัวของ เฟรดดี้ อาดู ออกอาการเคืองเช่นกัน

แม้ว่าตารางบอลพรุ่งนี้ไม่ว่าบาร์ซ่าจะลงเล่นกี่ครั้ง คงไม่มีวันได้เห็นอิเนียสต้าสวมชุดทัพเจ้าบุญทุ่มลงสนามในลาลีกาอีกแล้ว เพราะเจ้าตัวอายุมากขึ้นจนถอยเล่นกลุ่มเจลีกเป็นที่เรียบร้อย

Share

Yokohama F Marinos ตกลงซื้อขาด ธีราทร

จากผลงานของเจ้าตัวที่ไปค้าแข้งใน เจลีกกับสโมสรต้นสังกัด และทำผลงานได้ดีเป็นกำลังสำคัญ ที่ทำให้ทีมคว้าแชมป์เจลีกญี่ปุ่นในฤดูกาลนี้ ซึ่งทำให้ ธีราทร บุญมาทัน ได้เซ็นสัญญากับสโมสรนี้เป็นการถาวร โดยรับสัญญายาวถึง 3 ปี

ซึ่งเล็งเห็นแล้วว่าหากให้ ธีราทร บุญมาทัน อยู่ในเจลีก จะได้รับโอกาสที่ดีและพัฒนาฝีเท้าได้มากขึ้นกว่าเดิม ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีของนักเตะไทย ที่ได้มีโอกาสไปค้าแข้งในลีกที่แข็งแกร่งอย่างญี่ปุ่น ได้อีก 1 ราย หลังจากที่ ชนาธิป สรงกระสินธ์ได้รับสัญญายาวกับ  ซัปโปโร ก่อนหน้าธีราทรไปแล้ว

ไม่แน่อาจจะมีนักเตะไทย อีกหลายรายได้ไปค้าแข้งในแดนปลาดิบ จากการทำผลงานของนักเตะรุ่นพี่ ที่ทำให้ เจลีกเริ่มมองนักเตะจากประเทศไทยมากขึ้น

Share